ช่างภาพหนุ่มสุดซวย!! ตกท่อน้ำโรงพยาบาลดังปากเกร็ด

ช่างภาพหนุ่มสุดซวยรถล้มไปล้างแผล แต่ตกท่อน้ำในรพ.ดังย่านปากเกร็ด
เมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.61) มีรายงานข่าวแจ้งว่า มีช่างภาพสื่อมวลชน ขณะไปโรงพยาลแห่งหนึ่งชื่อดังย่านปากเกร็ดแต่ต้องซวยซ้ำ ขณะเดินผ่านฝาท่อระบายน้ำภายในโรงพยาบาล ปรากฏว่าฝาท่อชำรุด โดยไม่มีป้ายหรือเครื่องหมายเตือนfourdclassics.com จึงตกลงไปทำให้ได้รับบาดเจ็บ จึงอยากฝากโรงพยาบาลเร่งแก้ไขด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะมีประชาชนอาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ผู้เสียชีวิต 7 ราย จำนวน 6.3 ล้านบาท

คปภ. เร่งรัดให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้กับทายาทผู้เสียชีวิต 7 ราย แล้ว จำนวน 6.3 ล้านบาท จากกรณีอุบัติเหตุรถชนที่จังหวัดชลบุรี นัดจ่ายค่าสินไหมฯวันที่ 8 มิถุนายนนี้
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ได้เกิดอุบัติเหตุรถพ่วง หมายเลขทะเบียนหัว 79-6606 กรุงเทพมหานคร และส่วนหางหมายเลขทะเบียน 79-8003 กรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนรถ 3 คันที่ จอดอยู่บริเวณไหล่ทาง คือ 1. รถยนต์ หมายเลขทะเบียน ฆง-6408 กรุงเทพมหานคร 2. รถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 72-0804 นครปฐม และ 3. รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ถส-3339 กรุงเทพมหานคร 2561 บนพื้นที่ ตำบลบางนาง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 7 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย
จากการติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิดของสำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง สำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี และสำนักงาน คปภ. จังหวัดศรีสะเกษ พบว่า รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ฆง-6408 กทม.ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัทประกันคุ้มภัยจำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ DM7260RS0683001001 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 8 ธันวาคม 2561 และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 1 DM7060RS3679 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 8 ธันวาคม 2561 2. รถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 72-0804 นครปฐม ไม่พบข้อมูลการทำประกันภัย3.รถยนต์กระบะ เลขทะเบียน ถส-3339 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัทเจ้าพระยาประกันภัย จำกัด(มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 00061MC0/6101/00109-6 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2561 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 20 มกราคม 2562 และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท2+ กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 00061V5016101/00001-0 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2561 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 20 มกราคม 2561

4.รถพ่วงหมายเลขทะเบียนหัว 79-6606 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 15AC1000298200000201706 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 มิถุนายน 2561 และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 3 กรมธรรม์ที่ 15AV3000079400000201707 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2561 และส่วนหางหมายเลขทะเบียน 79-8003 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่15AC1000446300000201709 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2561

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.จังหวัดศรีสะเกษ เร่งประสานกับ บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัยประกันภัย จำกัด โดยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามพ.ร.บ.แก่ทายาทผู้เสียชีวิต รายละ 900,000 บาท รวม 4 ราย 3,600,000 บาท ทั้งนี้ ได้กำหนดจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทผู้เสียชีวิตซึ่งมีภูมิลำเนาในจังหวัดศรีษะเกษ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2561 เวลา 13.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอ กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

‘อดุลย์’ สั่งประกันสังคมช่วยเหลือ กรณีสาวผ่าตัดคลอดบุตรเสียชีวิต

รมว.แรงงาน กำชับ ประกันสังคม ช่วยเหลือสาวที่เสียชีวิตจากการคลอดบุตรตามสิทธิ์ที่ได้รับ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกญาติผู้เสียชีวิต
นางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่นางสาวเกษรินทร์ สุวะมาตย์ เสียชีวิตจากการผ่าตัดคลอดบุตรที่โรงพยาบาลในจังหวัดอำนาจเจริญตามที่ปรากฏในสื่อต่างๆ นั้น พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการจากกรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิสfourdclassics.com ให้สำนักงานประกันสังคมตรวจสอบข้อมูลและให้ความช่วยเหลือตามสิทธิที่พึงได้รับ

ซึ่งในเบื้องต้นพบว่า นางสาวเกษรินทร์ สุวะมาตย์ เป็นผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนประกันสังคม รวมทั้งสิ้น 129,896.08 บาท ประกอบด้วย 1. ค่าคลอดบุตร และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร จำนวน 27,107.50 บาท 2. ค่าทำศพ จำนวน 40,000 บาท 3. เงินสงเคราะห์กรณีตาย จำนวน 18,813.20 บาท 4. เงินบำเหน็จชราภาพ จำนวน 43,975.38 บาท

โดย รมว.แรงงาน ได้กำชับให้ สำนักงานประกันสังคมอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคม และให้จ่ายเงินตามสิทธิเพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ

นอกจากนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ยังได้เรียกร้องค่าเสียหายจากโรงพยาบาลอำนาจเจริญ เป็นเงินจำนวน 400,000 บาท ซึ่งทางโรงพยาบาลได้รับเรื่องและอยู่ระหว่างเสนอผู้บริหารเพื่อพิจารณา

ทั้งนี้ รมว.แรงงาน ยังได้แสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า กระทรวงแรงงานพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือคุ้มครองดูแลสิทธิของผู้ประกันตนทุกคน หากได้รับความเดือดร้อนจากการรักษาหรือมีปัญหาขัดข้องเกี่ยวกับการขอรับประโยชน์ทดแทนตามสิทธิที่ได้รับในกรณีต่างๆ

สามารถโทรแจ้งปัญหาเบื้องต้นได้ที่สายด่วน 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กระทรวงแรงงานจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

เริ่มเก็บค่าผ่านทางวงแหวนรอบนอก ช่วงพระประแดง–บางขุนเทียน 1 ก.ค. นี้

เริ่มเก็บค่าผ่านทาง ถนนวงแหวนรอบนอก ช่วงพระประแดง–ต่างระดับบางขุนเทียน 1 ก.ค. นี้
ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแทนกรมทางหลวง ตามมติ ครม. ปี 2554 บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง ดังนี้

รถ 4 ล้อ 15 บาท

รถ 6 ล้อ 25 บาท

รถที่มีล้อเกิน 6 ล้อขึ้นไป 35 บาท

ซึ่งค่าธรรมเนียมผ่านทางที่จัดเก็บได้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะนำส่งกรมทางหลวง เพื่อเข้าบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้เก็บรักษา และจะนำไปใช้ในการบำรุงรักษาทาง สะพาน ตลอดจนระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการจราจรให้แก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งไฟฟ้าแสงสว่าง กล้อง CCTV โทรศัพท์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ภัย เป็นต้น

รวมทั้งใช้สำหรับก่อสร้างขยายโครงข่ายมอเตอร์เวย์สายทางอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดิน รักษาวินัยทางการเงินการคลังภาครัฐ พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

สาวร้องกองปราบ ถูกตำรวจหื่นทำร้ายแก้วหูทะลุเจ็บสาหัส

สาวร้องกองปราบ ถูกตำรวจหื่นทำร้ายแก้วหูทะลุเจ็บสาหัส หลังพยายามข่มขืน แต่ไม่สมยอม
วันนี้ (1 มิ.ย.61) เวลา 09.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาสาวราชบุรี บุคลากรทางการแพทย์ เหยื่อผู้เสียหาย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยดำเนินคดีและจับกุมนายตำรวจยศใหญ่ในราชบุรี เนื่องจากการถูกนายตำรวจยศสูงใช้กลอุบาย

หลอกลวงทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส หลังพยายามข่มขืนทารุณกรรมทางเพศ
โดยผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ได้รู้จักกับนายตำรวจที่ทำร้ายหลังมาทำคดีให้อาม่าของตนเป็นระยะเวลาหนึ่ง มีความสนิทสนมไว้ใจกับครอบครัวของตน กระทั่งวันเกิดเหตุเมื่อเมษายนที่ผ่านมา นายตำรวจคนดังกล่าวได้ยืมรถ เมื่อตนทวงคืนกลับบันดาลโทสะทุบตีก่อนจะพาไปที่โรงแรมและพยายามข่มขืน เมื่อตนไม่สมยอมกลับทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ก่อนที่ทางพนักงานโรงแรมเข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ ซึ่งผลจากการถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส แก้วหูทะลุ เยื่อหูฉีกขาด ปลายประสาทหูอักเสบ ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงรักษาและมีอาการน้ำหนองไหลออกมาจากหู หลังจากเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ราชบุรี อยู่ในขั้นตอนกระบวนการ แต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า จึงได้เดินทางมาร้องขอความยุติธรรมในวันนี้

ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า นอกจากทำร้ายร่างกายผู้เสียหายแล้ว ผู้กระทำผิดยังได้พาตำรวจนอกเครื่องแบบมาข่มขู่พยานที่เห็นเหตุการณ์ ทั้งยังอ้างว่าผู้หญิงเป็นคนสมยอม ซึ่งไม่ใช่ความจริง โดยการมาร้องในวันนี้อยากให้กองปราบปรามโอนคดีจาก จ.ราชบุรี มายังส่วนกลางแทน เพราะคดีที่อยู่ในท้องที่ผู้เสียหายไม่มั่นใจว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้มายื่นร้องที่กองปราบ

พบสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม 4 ตัว ในพื้นที่ 3 จังหวัด

ทูตสหรัฐอเมริกามอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 50,000 โดส ให้กรมปศุสัตว์ สถานการณ์โรคระบาดพิษสุนัขบ้าล่าสุดcasino-viva9988.net พบสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มเติม 4 ตัว ในพื้นที่ 3 จังหวัด
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รักษาการอธิบดีอธิบดีกรมปศุสัตว์ รับมอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 50,000 โดส จากนายเกล็น เดวีส์เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา จากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ภายใต้โครงการ Animal-Human Interface Program (AHIP) แห่งศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข (TUC)

ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ประกอบด้วยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งอเมริกา (U.S. CDC) บริษัท MSD Animal Health จำกัด และองค์กร Mission Rabies เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยนำไปใช้ประโยชน์ในภารกิจการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทยนายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่านับว่าเป็นการดำเนินการร่วมกันอย่างบูรณาการในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข U.S.CDC และ FAO และแสดงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ด้านสาธารณสุข และการสร้างเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียว “Great and Good friend” เพื่อการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในทุกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์โรคระบาดพิษสุนัขบ้า ล่าสุด พบสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มเติม 4 ตัวในพื้นที่ 3 จังหวัดโดยเป็นพื้นที่เดิม 1 ตําบลและพื้นที่ใหม่ 3 ตําบล คือ จ.ปราจีนบุรี 1 จุด บุรีรัมย์ 1 จุด สุรินทร์ 2 จุด และพื้นที่พบการระบาดสูงในช่วง 30 วันย้อนหลัง ได้แก่ อำนาจเจริญ 11 จุด สุรินทร์ 21 จุด นครราชสีมา 9 จุด ศรีสะเกษ 8 จุด สงขลา 7 จุด และยโสธร 7 จุด

สำหรับสถานการณ์โรคระบาดปีนี้ มีตัวอย่างหัวสัตว์ส่งตรวจท้ังหมด 5,903 ตัวอย่าง พบผลบวกทั้งหมด 996 ตัวอย่าง (16.9%) ชนิดสัตว์ที่พบ สุนัข 879 ตัว โค 70 ตัว แมว 36 ตัว กระบือ 6 ตัว แพะ 2 ตัว ม้า กวาง และสุกร

ขณะนี้ยังคงประกาศเขตโรคระบาด 31 จังหวัด 76 จุด ดำเนินการฉีดวัคซีนในจุดพบเชื้อและพื้นที่โดยรอบในรัศมี 5 กม.โดยมีกรุงเทพมหานคร 3 จุด ปทุมธานี 3 จุด พระนครศรีอยูธยา 1 จุด สระบุรี 1 จุด ฉะเชิงเทรา 3 จุด ชลบุรี 6 จุด ปราจีนบุรี 1 จุด ระยอง 2 จุด สมุทรปราการ 1 จุด ชัยภูมิ 1 จุด นครราชสีมา 1 จุด บุรีรัมย์ 1 จุด ยโสธร 4 จุด

สุรินทร์ 3 จุด ศรีสะเกษ 4 จุด อำนาจเจริญ 5 จุด อุบลราชธานี 1 จุด กาฬสินธุ์ 1 จุด ขอนแก่น 4 จุด มุกดาหาร 1 จุด ร้อยเอ็ด 5 จุด หนองคาย 1 จุด น่าน 1 จุด สมุทรสาคร 1 จุด ตรัง 4 จุด นครศรีธรรมราช 1 จุด พัทลุง 1 จุด สุราษฏร์ธานี 4 จุด สงขลา 5 จุด สตูล 4 จุด ยะลา 2 จุด ในส่วนการฉีดวัคซีน สุนัข แมว จากเป้าหมายปีนี้ 8.2 ล้านตัว ปัจจุบันฉีดได้ 5.7 ล้านตัว ทำหมัน เป้าหมาย 3 แสนตัว ทำแล้ว 2.60 แสนตัว

ขนส่งฯ สั่งสอบประวัติโซเฟอร์แท็กซี่ปฏิเสธรับ 2 พ่อลูก ขู่ยึดใบอนุญาต

ขนส่งฯ สั่งสอบประวัติโซเฟอร์แท็กซี่ปฏิเสธรับ 2 พ่อลูก ขู่ยึดใบอนุญาต
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Natetip Surasirikul ได้โพสต์คลิปวีดีโอ ปรากฏภาพคุณพ่อกับลูกสาววัย 6-7 ขวบอุ้มตุ๊กตาเดินเรียกรถแท็กซี่ ซึ่งจอดว่างอยู่เกือบ 10 คัน แต่ไม่มีคันไหนรับ จนสองพ่อลูกต้องข้ามถนนไปนั่งรถโดยสารประจำทาง เหตุเกิดบริเวณห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ รังสิต เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19:36 น.

ล่าสุด นายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการ กองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เบื้องต้น ทางกรมการขนส่วทางบก ได้เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าวแล้ว และได้ทำการตรวจสอบรถแท็กซี่ที่ปฏิเสธสองพ่อลูกในคลิป จนรู้หมายเลขทะเบียนรถ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบประวัติโซเฟอร์แท็กซี่ทุกคัน รวมถึงสอบถามไปยังผู้ประกอบการเจ้าของแท็กซี่ เนื่องจากมีหลายคันที่ปฏิเสธ หากตรวจสอบพบว่า แท็กซี่มีเจตนาปฏิเสธผู้โดยสาร จะมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 1 พันบาท ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบกฯ และหากมีประวัติปฏิเสธบ่อยครั้ง จะพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต

อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบก จะเร่งหามาตรการพูดคุยกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ถึงแนวทางการแก้ไข ปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารในระยะยาว เนื่องจากยอมรับว่าได้รับการร้องเรียนจำนวนมาก

ชื่นชม! พยาบาลจอดรถ ช่วยสาววัยรุ่นประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน

ชื่นชม!! พยาบาลช่วยสาววัยรุ่นซิ่งรถจักรยานยนต์มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองศรีราชา ระหว่างทางเกิดเสียหลักพลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเวลา 16.00 น.27 พ.ค.61 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา อำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำด้วยตนเองมีผู้ได้รับบาดเจ็บยังนอนอยู่ริมถนน บริเวณถนนเส้นทางศรีราชา-หนองยายบู่ หน้าโรงแรมบาโคนี่ หมู่ 2 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงจัดรถพยาบาลพร้อมกำลังอาสาสมัครออกให้การช่วยเหลือ

ในที่เกิดเหตุพบ น.ส. ขวัญสิริ พรมสิริโสภณ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 322/478 ม.8 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นอนได้รับบาดเจ็บอยู่ริมถนนซึ่งมีบาดแผลเจาะที่ริมฝีปากด้านบน และมีบาดแผลถลอกตามร่างกายโดยมีนางพลอยนภัส เหล่าศรีพร อายุ47ปี พยาบาลโรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชาขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ นิสสัน สีขาว ทะเบียน ขข2347 ชลบุรี ผ่านมาพอดี และจอดคอยให้การช่วยเหลืออยู่ในเบื้องต้น

และใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าคลิ๊ก สีดำ หมายเลขทะเบียน 2กฉ 7010 ชลบุรี สภาพได้รับความเสียหายพังยับเยิน เจ้าที่หน่วยกู้ภัยและนางพยาบาลต้องช่วยกันปฐมพยาบาลในเบื้องต้นให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงรีบเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบังเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาบาดแผลอีกครั้ง

จากการสอบถาม นางพลอยนภัส พยาบาลสาวใจดีได้ให้สัมภาษณ์กับทางผู้สื่อข่าวว่า ตนขับรถยนต์มากำลังจะเดินทางไปทำธุระที่ตัวเมืองศรีราชาแต่ในระหว่างทางได้พบเห็นว่ามีคนเจ็บนอนอยู่ริมถนนตนจึงรีบจอดรถและลงไปช่วยเหลือเด็กหญิงวัยรุ่นคนดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้นอาการไม่น่าเป็นห่วง มีเพียงบาดแผลถลอกตามร่างกายเพียงเท่านั้น

สำหรับอุบัติเหตุในครั้งนี้ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวได้เล่าว่าเด็กหญิงวัยรุ่นคนดังกล่าว ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากทางหมู่บ้านพฤตชาติ 5 และกำลังมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองศรีราชาแต่ในระหว่างทางนั้นรถจักรยานยนต์ของเด็กหญิงวัยรุ่นได้เกิดเสียหลักพลิกคว่ำด้วยตัวเองอย่างแรงจนคนขับและรถกระเด็นไปคนละทิศละทาง พวกตนจึงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการและรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้รีบเดินทางเข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

หนุ่มหมดสติจากโรคประจำตัว ขับเก๋งพุ่งชนท้ายกระบะบนมอเตอร์เวย์ดับ

หนุ่มหมดสติจากโรคประจำตัว ขับเก๋งพุ่งชนท้ายกระบะบนมอเตอร์เวย์ เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือไม่ทัน เสียชีวิต
วานนี้(25 พ.ค.) เวลาประมาณ 20.58 น. บนถนนมอเตอร์เวย์ ขาเข้ากทม. ที่ กม.42+300 อ.บางปะกง มีรถชนท้ายกัน 2 คัน คือรถเก๋ง ฮอนด้า ขับพุ่งชนท้ายรถกระบะจนทำให้เด็กเล็ก 2 คนในรถกระบะได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุจนท. ตร.และจนท.กู้ภัยเข้าตรวจสอบ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บก่อนนำส่งโรงพยาบาล และพบว่าชายคนขับรถเก๋งนั่งหมดสติอยู่ในรถ รถชนรุนแรงจนแอร์แบ็คทำงาน จึงรีบนำตัวออกมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นfourdclassics.com แต่ก็ไม่พบสัญญาณชีพแล้ว

จากการเปิดเผยของผู้ขับขี่รถกระบะ ทราบว่า ตนขับรถมาในช่องทางปกติ จู่ๆรถเก๋งสีขาวก็ขับมาพุ่งชนท้ายอย่างแรง จนทำให้เด็กในรถ 2 คนบาดเจ็บ ตนเองจึงวิ่งลงมาดูก็พบว่าคนขับรถเก๋งนั่งหมดสติอยู่ในรถ จึงรีบแจ้งจนท.ตร.เพื่อขอความช่วยเหลือ ต่อมาจนท.ตร.สามารถติดตามญาติของผู้เสียชีวิตได้ และทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นวิศวกรอายุ 42 ปี มีโรคประจำตัวทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าขณะขับรถเกิดอาการป่วยกระทันหันจนทำให้หมดสติ ก่อนรถจะเสียหลักพุ่งชนท้ายรถคู่กรณี อย่างแรง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน หลังเกิดเหตุ จนท.ต้องปิดการจราจรกว่า 1 ชม. เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิต รวมทั้งรถที่เกิดอุบัติเหตุอีก 2 คัน ทำให้การจราจรติดขัดเพราะเป็นช่วงค่ำของวันศุกร์ที่มีรถใช้เส้นทางจำนวนมาก แต่หลังจากเปิดการจราจร รถก็สามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติ

รัฐปัดเตรียมขึ้น VAT วอนอย่าตระหนก ด้านนายกฯ ไม่หวั่นโพลคนไม่หนุนให้อยู่ต่อ

โฆษกรัฐบาล ออกโรงยืนยันยังไม่มีแนวคิดปรับขึ้นภาษี วอนสังคมอย่าตื่นตระหนก ป้องความสับสน
วันนี้( 25 พ.ค.61) พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อความและภาพระบุ “ประยุทธ์ขอประชาชนจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8% ถ้าไม่ขึ้นประเทศจะล้มละลาย” ในช่วงนี้ว่า ข้อความและภาพดังกล่าวเป็นเรื่องเก่าเมื่อเดือน มี.ค. 60 ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ชี้แจงไปแล้วว่า ไม่ได้เป็นเจตนารมณ์ของนายกฯ แต่เป็นการตีความที่คลาดเคลื่อน พร้อมทั้งยืนยันด้วยว่าไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นข้อกังวลว่า รัฐบาลจะปรับขึ้นภาษี VAT 9% (รวมภาษีท้องถิ่นอีก 1% อัตรารวมคือ 10%) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.61 ตามที่ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 ต.ค.60

โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้นภาษี VAT ตามที่ระบุไว้กฎหมาย โดยยังคงไว้ที่อัตรา 7% เพราะไม่อยากผลักภาระให้ประชาชนเดือดร้อน จึงไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนกและหลงเชื่อ หรือนำไปวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความสับสน”

ทั้งนี้ โดยหลักการแล้วรัฐบาลจะต้องขึ้นภาษี VAT อีก 3% เป็น 10% เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประมวลรัษฎากร แต่รัฐบาลได้ออกกฎหมายลดอัตราภาษี VAT โดยให้จัดเก็บจริงที่ 7% ซึ่งเป็นอัตราคงที่ต่อเนื่องกันมาทุกปี

ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนหลายสำนักเผยแพร่ข่าว เพจเฟซบุ๊ก “ขอล้าน Like สนับสนุนให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายก” ทำโพลสอบถามประชาชนในโอกาสครบรอบ 4 ปี ว่ายังสนับสนุนนายกรัฐมนตรีให้บริหารบ้านเมืองต่อหรือไม่ โดย 1วัน มีผู้ตอบคำถาม 500,000 คน แบ่งเป็นผู้ที่สนับสนุน 11% และไม่สนับสนุน 89% นั้น

นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว และไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อข้อมูลดังกล่าว เพราะที่ผ่านมามีผลโพลออกมาจากหลายสำนัก หลายประเภท ซึ่งมีทั้งที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่ทุกอย่างให้ที่ดีสุด จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง จากนั้นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง