สาวหอบทุเรียนเข้าแจ้งความ หลังโดนแม้ค้าหลอกขายทุเรียนอ่อน

แม่ค้าทุเรียน หอบทุเรียนพันธุ์หมอนทองเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกแม่ค้าคนกลางหลอกขายทุเรียนอ่อนให้
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ สภ.เมืองจันทบุรี น.ส.นัทธมน เทศดี อายุ 30 ปี แม่ค้าขายทุเรียนชาว ต.ปะตง อ.สอยดาว จังหวัดจันทบุรี ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชาญฤทธิ์ สุขเจริญ รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี พร้อมกับนำทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ใส่ท้ายรถยนต์กระบะมาแจ้งความด้วย

เนื่องจากทุเรียนดังกล่าวนั้นเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพหรือทุเรียนอ่อนที่นางสาวนัทธมน ผู้เสียหายบอกว่าถูกแม่ค้าคนกลางหลอกขายมา กว่าจะรู้ว่าเป็นทุเรียนอ่อนก็ตอนที่ส่งทุเรียนไปให้ลูกค้าที่ต่างจังหวัด เมื่อลูกค้าจะแกะกินพบว่า เนื้อทุเรียนมีสีขาวและไม่มีรสชาติใดๆ casino-viva9988.net

จากการสอบถามทราบว่า น.ส.นัทธมน ได้ซื้อทุเรียนจากแม่ค้าชื่อเล็ก บริเวณริมถนนสายจันทบุรี-สระแก้ว ช่วงบ้านหนองอ้อ ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นแม่ค้าที่เคยซื้อขายกันมาแล้ว 2 ครั้ง จนมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ด้วยความเชื่อใจประกอบกับช่วงที่ตนไปซื้อนั้นเป็นช่วงเวลามืดแล้วด้วย จึงใช้ไม้เคาะดูแล้วรีบขนขึ้นรถ โดยซื้อมา 498 กิโลกรัม แม่ค้าคิดในราคากิโลกรัมละ 68 บาท คิดเป็นเงินจำนวน 33,864 บาท

ซึ่งช่วงที่ซื้อเงินตนไม่พอจ่ายยังไปกดเงินมาจ่ายเพิ่ม และนำไปส่งขายที่กรุงเทพมหานคร ตอนที่ส่งขายไปตนก็ไม่ได้เจาะดูเนื้อ ส่งไปให้ลูกค้าทั้งลูก จนลูกค้าแกะทุเรียนจะกินพบว่าเป็นทุเรียนอ่อน และส่งภาพมาให้ตนดู ตนจึงนำทุเรียนที่เหลือไปส่งตรวจที่ศูนย์วิจัยพืชสวนพลิ้ว เพื่อตรวจดูคุณภาพของเปอร์เซ็นต์แป้ง ว่าเป็นไปตามกำหนดหรือไม่

เมื่อตรวจดูแล้วพบว่าครั้งแรกมีเปอร์เซ็นต์แป้ง 12 % ครั้งที่ 2 มี 14 % และครั้งที่ 3 มี 18 % ถือว่าเป็นทุเรียนอ่อนแน่นอน เนื่องจากจังหวัดจันทบุรีเคยออกประกาศไว้ว่าทุเรียนพันธุ์หมอนทองคุณภาพของเปอร์เซ็นต์แป้ง จะต้องไม่น้อยกว่า 32% จึงจะเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐาน และออกหมายเรียกแม่ค้าที่หลอกขายทุเรียนอ่อนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งหากพบว่าเป็นความผิดจริง จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 47 ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ