คลังเก็บรายเดือน: ตุลาคม 2016

หน่วย นปพ.บุกทลายบ่อนไพ่เมืองบุรีรัมย์ รวบนักพนัน 34 รายของกลางเพียบ

     บุรีรัมย์ – ตำรวจ “นปพ.” บุรีรัมย์ บุกทลายบ่อนพนัน “ไพ่ตุ่ย ป๊อก 8-9” จับนักพนันชาย-หญิงได้ 34 ราย อายุระหว่าง 30-70 ปี พร้อมของกลางเงินสดและอุปกรณ์เล่นพนันร่วม 20 รายการ เผยเป็นบ่อนเคลื่อนที่ วิ่งไปตามอำเภอ ก่อนจนมุมตำรวจ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ดำเนินคดีตาม กม.

บ่อนไพ่เมืองบุรีรัมย์     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สมบัติ คงพิบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) บุรีรัมย์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.อนันต์ ทองบันเทิง สารวัตร หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และ ร.ต.อ.ภาณุวัฒน์ มากมูล รองสารวัตรฯ พร้อมกำลังชุด นปพ. ภ.จว.บุรีรัมย์ กว่า 20 นาย บุกกวาดล้างจับกุมบ่อนการพนันในเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีการเปิดบ่อนเล่นพนันกันอย่างโจ๋งครึ่ม ภายในบ้านเลขที่ 224 ม.16 บ้านเขากระโดง ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากค่ายอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ถึง 1 กิโลเมตร (กม.)

     เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดอยู่ จึงเข้าไปตรวจค้น พบนักพนันชายและหญิงจำนวนมากกำลังสาละวนอยู่กับการเล่นพนัน ไพ่ตุ่ย ป๊อก 8-9 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัวจับกุมต่างตกใจแตกตื่นวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง

     ก่อนจะติดตามรวบตัวนักพนันมาได้ทั้งหมด 34 คน โดยเป็นชาย 7 คน และหญิงอีก 27 คน มีอายุระหว่าง 30-70 ปี โดยมี นางสาวใจทิพย์ จำเริญพาน อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/8 ถ.อิสาณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ รับเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว และนายวีระศักดิ์ คงกันจ่า อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109/1 หมู่ 14 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ รับเป็นเจ้ามือ

     พร้อมกันนี้ ได้ทำการตรวจยึดของกลางจำนวน 18 รายการ ประกอบด้วย เงินสดในวงไพ่ 200 บาท, ไพ่ 2 สำรับ, วิทยุสื่อสาร ไอคอม 3 เครื่อง, แหวนรองน็อตแผ่นชิป 15 ตัว, เก้าอี้ไม้ 9 ตัว, เก้าอี้พลาสติกสีแดง 3 ตัว, กระติกน้ำแข็ง 4 ใบ, ถังน้ำแข็ง 1 ใบ, ถังแก๊สปิกนิก 1 ถัง, กาน้ำ 1 ใบ, น้ำดื่ม บรรจุแก้ว 2 ลัง, โต๊ะเหล็กที่ใช้สำหรับปูเล่น 1 ชุด, ผ้าปูรองเล่นสีเขียว สีเทา 2 ผืน, คลิปหนีบกระดาษ 11 อัน, ลังเครื่องดื่ม 1 ลัง, พัดลมใหญ่ 1 เครื่อง, ชุดหลอดไฟส่องสว่าง 1 ชุด และผ้าเต็นท์ใหญ่ สีฟ้า 1 ผืน

     จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวนักพนันทั้งหมดส่ง ร.ต.ต.ถวิล หอมหวน ร้อยเวร สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนันไพ่ 8-9 หรือไพ่ตุ่ย” ตามกฎหมายต่อไป

     พ.ต.ต.อนันต์ ทองบันเทิง สารวัตรฯ หน่วยปฏิบัติการพิเศษภูธร จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า การบุกเข้าจับกุมบ่อนการพนันในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่า บ้านหลังดังกล่าวได้ลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนัน เป็นบ่อนวิ่งเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ในเขต อ.เมือง และตามต่างอำเภอในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ และพบมีการเล่นพนันจริง

     อีกทั้งเพื่อเป็นการสนองนโยบายของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รวมถึงนโยบายของรัฐบาล ในการปราบปรามกวาดล้างบ่อนการพนัน ยาเสพติดและอบายมุข

     ดังนั้น พล.ต.ต.สมบัติ คงพิบูลย์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.บุรีรัมย์ ออกกวาดล้างจับกุมบ่อนการพนัน และแหล่งอบายมุขในพื้นที่ความรับผิดชอบ จ.บุรีรัมย์อย่างเข้มงวด

เมื่อทีมใหญ่ ไม่เน้นเกมรับ

     “เกมรุกที่ดีที่สุด คือ เกมรับที่เหนียวแน่น” น่าจะเป็นวลีที่หลายคนเคยผ่านหู ซึ่งหลายๆครั้งทีมที่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลถ้วยคือทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่น เพราะตามทฤษฎีถ้าไม่เสียประตู ก็คือ “ไม่แพ้” อย่างมากแค่ “เสมอ” ต่างจากทีมที่เล่นเกมรุก ถึงจะยิงประตูได้ แต่ถ้า “เสียประตู” เท่ากับหรือเสมอมากกว่าที่ยิงก็ “เสมอ” หรือ “แพ้” ได้เหมือนกัน

เมื่อทีมใหญ่

     มาถึงตรงนี้ ถึงแม้ว่าในพรีเมียร์ลีก ทีมใหญ่ต่างยึดตำแหน่งในหัวตารางได้เกือบหมด ทั้ง แมนฯ ซิตี้(1) อาร์เซน่อล(2) ลิเวอร์พูล(3) เชลซี(4) หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด(7) แต่ก็ไม่ได้ทิ้งห่างกันเท่าไหร่ โดยเฉพาะทีมอันดับ 1-3 ที่คะแนนเท่ากันคือ 20 คะแนน แต่ลูกได้เสียของขุนพลเรือใบสีฟ้าดีที่สุด

     ถ้ามาดูสถิติประตูเสียเพียงอย่างเดียว ไม่น่าเชื่อว่าปีนี้แต่ละทีมเสียประตูกันเยอะมาก ลงแข่งไป 9 นัด อย่าง แมนฯ ซิตี้ อาร์เซน่อล และเชลซี เสียไป 9 ลูก เฉลี่ยนัดละประตู อาร์เซน่อล 11 ลูก หรือ แมนฯ ยูไนเต็ดของ “โจเซ่ มูรินโญ่” เจ้าของตำรับรถบัสขวางประตูที่เสียไปแล้ว 12 ประตู

ไม่เน้นเกมรับ

     ที่น่าประหลาดใจคือ ทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในฤดูกาลนี้กลับเป็น “สเปอร์ส” ของ “เมาริซิโอ โปเชตติโน่” ที่เสียไปเพียง 5 ลูก “เอฟเวอร์ตัน” ของ “โรนัลด์ คูมัน” และ “เซาแธมป์ตัน” ของ “โคล้ด ปูแอล” ที่เสียไปแค่ 8 ประตูเท่านั้น

     ลองมาเปรียบเทียบกับลีกอื่นเล่นๆ อย่างลีกเมืองเบียร์ “บุนเดสลีกา” แข่งไปแล้ว 8 นัด ทีมนำ 5 อันดับแรก “บาเยิร์น มิวนิค” เสียไปแค่ 4 ประตู “อาร์บี ไลป์ซิก” เสีย 6 ประตู “แฮร์ธ่า เบอร์ลิน” เสีย 9 ประตู “โคโลญจน์” เสีย 6 ประตู มี “ฮอฟเฟ่นไฮม์” ทีมเดียวที่เสียไปถึง 10 ประตู หรือสรุปคร่าวๆทีมที่เสียประตูไม่เกิน 2 หลักมีถึง 5 ทีมด้วยกัน

ลา ลีกา สเปน

     หรือมาดูที่ “ลา ลีกา สเปน” แข่งไป 9 นัด ต้องยอมรับว่าทีมใหญ่ที่มั่นใจว่า “ยิงเยอะ” อย่าง “เรอัล มาดริด” กับ “บาร์เซโลน่า” ไม่แคร์เกมรับสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะเสียไปถึง 9 และ 10 ประตูตามลำดับ แต่ก็ยิงประตูได้เยอะเหมือนกัน โดยยอดทีมจากกาตาลันยิงไป 29 ประตูและราชันชุดขาวยิงไป 24 ประตู

     แต่ทีมที่เล่นเกมรับเป็นหลักอย่าง “แอตฯ มาดริด” ของ “ดิเอโก้ ซิเอโมเน่” กลับเสียไปแค่ 4 ประตูเท่านั้นเอง หรือ “บีญาร์เรอัล” ของ “ฟรานซ์ เอซกิบา” ที่เสียไป 5 ประตู เท่านั้น

     กลับมาที่ปัญหาของทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ทุกทีมมีปัญหาเรื่องเกมรับ โดยเฉพาะจ่าฝูงอย่าง “แมนฯ ซิตี้” ที่ “เป็ป กวาร์ดิโอล่า” ยังไม่สามารถหาสูตรที่ลงตัวได้ ยังไม่สามารถสะกดคำว่าชนะมา 6 นัดติดต่อกัน แถมล่าสุดเพิ่งตกรอบฟุตบอลลีกคัพมาสดๆร้อน ทำให้ 6 นัดเสียไปแล้ว 12 ประตู

     หรือ “อาร์เซน่อล” “ลิเวอร์พูล” “เชลซี” ที่วันไหนฟอร์มออกทะเลก็พร้อมจะโดนคู่แข่งทะลวงประตูได้เหมือนกัน

     ทำให้ฤดูกาลนี้ตำแหน่งแชมป์ยังไม่สามารถการันตีว่าจะเป็นทีมไหน เพราะทีมใหญ่ไม่ค่อยคงเส้นคงวาสักเท่าไหร่ เพราะ “แมนฯ ซิตี้” เล่นดี หรือ “อาร์เซน่อล” เล่นดี เมื่อแนวรับมีข้อผิดพลาดก็ส่งผลให้น้ำตาตกในได้เหมือนกัน

     สุดท้ายคงต้องดูกันยาวๆ อย่างฤดูกาลที่แล้วที่ “เลสเตอร์” ได้แชมป์ก็มาจากเกมรับที่เหนียวแน่นด้วย เสียประตูน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในลีกตลอดทั้งฤดูกาล บางทีปีนี้อาจจะเป็นปีของน้องไก่ก็ได้ใครจะไปรู้

หงส์แดง เปิดถิ่นอัด ไก่เดือยทอง 2-1 ทะยาน 8 ทีมลีกคัพ

     เริ่มเกมมาแค่ 9 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูออกนำ จากความผิดพลาดของ จอร์จส์ เควิน เอ็นคูดู ทีลื่นล้ม มาร์โก กรูยิช ฉกไปได้ก่อนลากเข้ากเขตโทษแล้วสับไก บอลแฉลบกองหลังทีมเยือนเลยมาถึง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ จิ้มผ่านตัว มิเชล ฟอร์ม เข้าไป ลิเวอร์พูล ทะยานนำ 1-0

หงส์แดง เปิดถิ่นอัด

      สองนาทีต่อมา “หงส์แดง” เกือบได้ประตูเพิ่ม แดเนียล สเตอร์ริดจ์ คนเดิมลากบอลเข้าเขตโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลพุ่งจะเสียบใต้คานอยู่แล้ว แต่ มิเชล ฟอร์ม พุ่งปัดออกหลังไว้ได้

     นาทีที่ 33 ทีมเยือนได้โอกาสแรกของเกม จากลูกฟรีคิกระยะ 30 หลา คีแรน ทริปเปียร์ เล่นสั้นก่อนเปิดโด่งเข้าเขตโทษบอลแฉลบแนวรับไปเข้าทาง วินเซนต์ ยานส์เซ่น ได้สับไกที่เสาสอง แต่ ซิมง มินโญเล่ต์ ล้มตัวปัดได้เยี่ยม

      นาทีที่ 39 เจ้าบ้านเกือบได้เพิ่ม แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ผ่านบอลให้ มาร์โก กรูยิช หลุดเข้าเขตโทษก่อนยิงด้วยขวา บอลพุ่งผ่านหน้าประตูออกหลังไป พร้อมกับจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำอยู่ 1-0

      กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 59 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ไหลบอลให้ ดิว็อค โอริคกี้ ลากตัดเข้าในก่อนซัดด้วยขวาระยะ 25 หลา มิเชล ฟอร์ม ต้องออกแรงพุ่งปัดออกหลังไว้ได้ปลายมือ

     หลังพยายามอยู่นาน นาทีที่ 64 จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม แทงทะลุช่องตรงกลางให้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงลอดขา มิเชล ฟอร์ม ตุงตาข่าย ลิเวอร์พูล ขยับหนีเป็น 2-0

     นาทีที่ 75 ทีมเยือนมาได้จุดโทษ ลูคัส เลวา ไปทำฟาวล์ เอริค ลาเมล่า ล้มลงในเขตโทษ โจนาธาน มอสส์ ผู้ตัดสินเป่าทันที และเป็น วินเซนต์ ยานส์เซ่น สังหารเข้าไปไม่พลาด สเปอร์ส ไล่มาเป็น 1-2

     จบเกม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเบียดเอาชนะ สเปอร์ส 2-1 เดินหน้าผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

     รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ซิมง มินโญเล่ต์ – เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, ลูคัส เลวา, รักนาร์ คลาวาน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ – เควิน สจ๊วร์ต, จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม, มาร์โก กรูยิช – โอวี่ เอจาเรีย, ดิว็อค โอริคกี้, แดเนียล สเตอร์ริดจ์
สเปอร์ส (4-4-2) : มิเชล ฟอร์ม – คีแรน ทริปเปียร์, คาเมรอน คาร์เตอร์ วิคเกอร์ส, เควิน วิมเมอร์, เบน เดวิส – เอริก ดายเออร์, แฮร์รี่ วิงค์ส – จอช โอโนมาห์, ทอม แคร์โรลล์, จอร์จส์ เควิน เอ็นคูดู – วินเซนต์ ยานส์เซ่น
ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

     ผลการแข่งขันในคู่อื่นๆ
บริสตอล ซิตี้ 1-2 ฮัลล์
ลีดส์ 2-2 นอริช (ต่อเวลาพิเศษเสมอ 2-2 ,ลีดส์ ชนะ จุดโทษ 3-2)
นิวคาสเซิ่ล 6-0 เปรสตัน
อาร์เซน่อล 2-0 เรดดิ้ง

กัมพูชา เก็บชัยรวดคว้าตั๋วลุย ซูซูกิคัพ ในรอบ 8 ปี

     กัมพูชา เจ้าภาพในรอบคัดเลือกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ลงเล่นนัดสุดท้ายเอาชนะ ติมอร์ เลสเต ไปสุดมันส์ 3-2 เก็บ 9 คะแนนเต็ม คว้าตั๋วไปเล่นในรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี

กัมพูชา

      ทีมชาติกัมพูชา เจ้าภาพในรอบคัดเลือกจะเป็นทีมสุดท้ายที่เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016” หลังจากคว้าอันดับ 1 ในรอบคัดเลือก ด้วยสถิติชนะรวดทั้ง 3 นัด

     กัมพูชา ลงสนามนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือก พบกับ ติมอร์ เลสเต ก่อนเอาชนะไปอย่างหวุดหวิด 3-2 ส่งผลให้ “นักรบอังกอร์” มี 9 แต้มเต็มจาก 3 นัด เหนือกว่าคู่แข่งที่ตามมาทั้ง ลาว, บรูไน และ ติมอร์ เลสเต

     ทั้งนี้ กัมพูชา ได้ลงเล่นในศึกชิงแชมป์อาเซียนครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2008 หลังจากนั้นก็ไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือกมาได้ตลอด 3 ครั้ง ก่อนจะได้กลับเข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี โดยจะไปอยู่ในสายบี ร่วมกับ เมียนมา, มาเลเซีย และ เวียดนาม

ปีศาจแดง คืนฟอร์มเปิดบ้านไล่ถล่ม เฟเนร์บาห์เช่ 4-1

     เริ่มเกมมา 31 นาที เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ ฆวน มาต้า โดน ซิโมน เคียร์ เหนี่ยวล้มลงในเขตโทษ ปอล ป็อกบา รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0

ปีศาจแดง

     สามนาทีต่อมา เจ้าบ้านมาได้อีกจุดโทษอีกครั้ง ฆวน มาต้า จ่ายบอลยาวให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดเข้าเขตโทษ แต่โดน เซเนอร์ ออซบายราคลี่ ทำฟาวล์จากด้านหลัง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล จะลุกขึ้นมาสังหารเอง แมนฯ ยูไนเต็ด หนีเป็น 2-0

     นาทีที่ 37 ทีมเยือนเกือบได้ประตูตีไข่แตก ซูซ่า ลากลุยเข้าเขตโทษ ล็อกหลบ เอริค ไบยี่ แล้วยิงด้วยขวายัดเสาแรก แต่ ดาบิด เด เคอา ปัดออกหลังไว้ได้

     ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก “ปีศาจแดง” ได้ประตูหนีห่าง 3-0 เวย์น รูนี่ย์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษ เจสซี่ ลินการ์ด ผ่านบอลคืนหลังให้ ปอล ป็อกบา วิ่งเข้าซัดด้วยขวาเสียบสามเหลี่ยมสุดสวย จบครึ่งแรก เจ้าถิ่นนำ 3-0

     กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 48 ปอล ป็อกบา พาบอลขึ้นมาก่อนจ่ายให้ เวย์น รูนี่ย์ แตะบอลคืนหลังให้ เจสซี่ ลินการ์ด วิ่งเข้าสับไกด้วยขวา บอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าไปอย่างเด็ดขาด แมนฯ ยูไนเต็ด หนีห่าง 4-0

     นาทีที่ 83 ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-4 เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้ ได้บอลริมเส้นเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดไปหน้าประตู โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ วิ่งสอดขึ่นมาซัดจ่อๆไม่เหลือ

     จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านไล่ถล่ม เฟเนร์บาห์เช่ 4-1 เก็บสามแต้มสำคัญในบ้านได้สำเร็จ พร้อมขยับขึ้นนำเป็นจ่าฝูงกลุ่มทันที

     รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา, มัตเตโอ ดาร์เมียน, เอริก ไบยี่, คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, ไมเคิ่ล คาร์ริค, ปอล ป๊อกบา, เจสซี่ ลินการ์ด, เวย์น รูนี่ย์, ฆวน มาต้า, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
เฟเนร์บาห์เช่ (4-4-2) : โวลคาน เดมิเรล, เซเนอร์ ออซบายราคลี่, ซิโมน เคียร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, ฮาซาน คัลดิริม, เมห์เมต โตปาล, โรมัน นอยชเตดเตอร์, โจเซฟ เดอ ซูซ่า, อัลเปอร์ โปตุค, โวลคาน เซน, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
     ผู้ตัดสิน : เบอนัวต์ บาสเตียน (ฝรั่งเศส)

จิ้งจอกสยาม ประกาศยืนไว้อาลัยก่อนเกมให้ ในหลวง วันเสาร์นี้

     “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นที่ผ่านมา ประกาศผ่านเว็บไซต์สโมสรว่า ทางสโมสรจะแสดงความเคารพ และไว้อาลัยแก่ พระมหากษัตริย์ไทย ในเกมลีกที่จะเปิดบ้านพบกับ คริสตัล พาเลซ ในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม นี้

จิ้งจอกสยาม

     โดยจะมีการยืนไว้อาลัยก่อนเกมให้กับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ที่เสด็จสวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้รับการบันทึกว่าเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุด นอกจากนี้พระองค์ยังเป็นที่รักของพสกนิกรชาวไทย ตลอดจนถึงครอบครัวของ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรชาวไทย

     ซึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ในเกมที่พบกับ เชลซี ที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ ทางสโมสรก็ได้มีการสวมปลอกแขนสีดำ เพื่อร่วมถวายความอาลัย และกับเกมวันเสาร์นี้ที่จะลงเล่นในสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ทางสโมสรก็จะสวมปลอกแขนสีดำเพื่อเป็นการไว้อาลัยอีกครั้ง

     อย่างไรก็ตามในเกมการแข่งขันที่เปิดบ้านเฉือนเอาชนะโคเปนเฮเก้น 1-0 ในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทางสโมสรไม่สามารถสวมปลอกแขนสีดำเพื่อเป็นการไว้อาลัยได้ เนื่องจากติดกฎระเบียบของทางยูฟ่า

     ส่วนในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคมนี้ ทางสโมสรจะมีหนังสือลงนามถวายความอาลัย ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ก่อนเกมการแข่งขัน และขอเรียนเชิญ แฟนบอลที่ต้องการจะร่วมลงนามได้ที่จุดลงนาม

     เป็นอีกครั้งที่ กรรมการผู้บริหาร และพนักงาน ตลอดจนผู้เล่นของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อคนไทยในช่วงระยะเวลาของการไว้ทุกข์นี้

นี่คือสิ่งที่ บัวขาว ให้คำมั่นสัญญากับ พ่อหลวง

     ถือเป็นอีกหนึ่งคนในแวดวงกีฬา ที่ไม่ว่าจะเดินทางไปขึ้นชกสังเวียนที่ใด ณ ประเทศใด จะต้องนำรูป พระบรมฉายาลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ติดตัวไปตลอดเวลา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

บัวขาว 1

     ซึ่งหลังการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

     “ดำดอทคอม” บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดนักชกขวัญใจชาวไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัว โดยให้คำมั่นสัญญากับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ว่าจะทำตามพ่อสอน นั่นคือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

     “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เป็น ศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ ทุกคนในชาติต่างมีหน้าที่ของตนเองต่างกัน บัวขาวและทีมงาน ก็เป็นส่วนหนึ่งของมวยไทย ที่ทำหน้าที่นี้ และจะทำต่อไป จะปฏิบัติหน้าที่ ของตนให้ดียิ่งๆขึ้นไป จะยึดถือแนวพระราชดำรัช และพระบรมราโชวาท ต่างๆที่เคยตรัสไว้มาปฏิบัติ จะไม่ท้อถอย มีความพากเพียร มุ่งมั่น ทำหน้าที่นี้และจักจงรักภักดีต่อ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

PPTV จัดให้ชมฟรีถึงบ้าน ศึกแดงเดือด เอาใจแฟนหงส์-แฟนผี

     สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เอชดี ฟรีทีวีเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2016-2019 ย้ำชัด ถ่ายทอดสด แมตช์หยุดโลก ศึกแดงเดือด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ในวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม นี้ เวลา 02.00 น. แน่นอน

PPTV จัดให้ชมฟรีถึงบ้าน

     ตอกย้ำการเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มอบความสุขในเกมกีฬาให้กับคนไทย โดยทั้ง 3 ฤดูกาลจะเน้นคัดเลือกแมตช์ที่เป็นคู่สำคัญๆ มาให้คนไทยชม ฤดูกาลละ 26 แมตช์ นับเป็นฟรีทีวีรายแรกของประเทศไทยที่ได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกรวม 3 ฤดูกาล โดยได้รับสิทธิ์การถ่ายทอดสดทั้งทางช่องพีพีทีวี เอชดี หมายเลข 36 และเว็บไซต์ของพีพีทีวี

     นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี กล่าวถึงความคืบหน้าของการได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ว่า ปีนี้ พีพีทีวี เอชดี ได้ลิขสิทธิ์เป็นทางการสำหรับฟรีทีวี คู่แดงเดือดมันส์ตลอดกาลอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล ที่เจอเมื่อไร มันส์เมื่อนั้น

     แฟนๆทางบ้านสามารถรับชมการถ่ายทอดสด ได้ตั้งแต่เวลา 02.00 น. ทางพีพีทีวี เอชดี (PPTV HD) ดิจิตอลทีวี ช่อง 36 (กล่องทีวีดิจิตอล)

รอบ 12 ปี ทนงศักดิ์ ผงาดคว้าแชมป์ชายเดี่ยวไทยแลนด์โอเพ่น

     การแข่งขัน แบดมินตัน ประเภทชายเดี่ยว เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น กรังด์ปรีซ์ โกลด์ 2016 รอบชิงชนะเลิศ “สอง” ทนงศักดิ์ แสงสมบูรณ์สุข มืออันดับ 5 ของรายการ มืออันดับ 26 ของโลก พบกับจอมเก๋าดีกรีแชมป์เก่าชายเดี่ยวรายการนี้เมื่อปี 2012 โซนี่ คุนโคโร่ มือวางอันดับ 2 ของรายการ มืออันดับ 32 ของโลกจากอินโดนีเซีย

ทนงศักดิ์

     เกมแรก นักแบดชาวไทย ที่สดกว่าเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้ากดดันตั้งแต่ต้นเกม ทำให้ โซนี่ คุนโคโร เล่นได้ไม่ถนัด ก่อนเก็บชัยไปได้ก่อน 21-15

     เกมที่สอง ทนงศักดิ์ ใช้ความสดของร่างกายที่เหนือกว่าชิงจังหวะไล่ตบทำคะแนนเอาชนะไปได้อีก 21-16

     จบการแข่งขัน ทนงศักดิ์ แสงสมบูรณ์สุข เอาชนะไปได้ 2-0 เกม (21-15 และ 21-16) ใช้เวลาแข่งขัน 41 นาที คว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 9,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 324,000 บาท มาครองได้สำเร็จ

     นับเป็นการคว้าแชมป์ชายเดี่ยวอีกครั้งในรอบ 12 ปี หลังครั้งสุดท้ายที่ทำได้ต้องย้อนไปเมื่อปี 2004 จากผลงานของ “ซูเปอร์แมน” บุญศักดิ์ พลสนะ

ดาวรุ่งยอดเยี่ยมยุโรป – รางวัลนี้สงสัยจะมีอาถรรพ์

      มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เดเล่ อัลลี่ คือ 2 แข้งดาวรุ่งแห่งเวที พรีเมียร์ลีก ที่เป็นตัวเต็งในการคว้ารางวัล ดาวรุ่งยอดเยี่ยมยุโรป 2016 หรือรางวัล “โกลเด้น บอย”

ดาวรุ่งยอดเยี่ยมยุโรป

     โดยรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดย “ตุ๊ตโต้สปอร์ต” เป็นการมอบให้แก่ผู้เล่นดาวรุ่งอายุไม่เกิน 21 ปี ที่แจ้งเกิดขึ้นมาผลงานได้อย่างน่าจับตามอง และเริ่มแจกรางวัลมาตั้งแต่ปี 2003 ซึ่งรางวัลนี้เปรียบได้กับรางวัล “บัลลง ดอร์” สำหรับแข้งดาวรุ่งก็ว่าได้

      “เดอะ ซัน” สื่อดังของอังกฤษ ได้ตั้งข้อสังสังเกตว่า รางวัลนี้เป็นจุดเริ่มต้นการสร้างชื่อเสียงของบรรดาดาวเตะชื่อดังอย่าง เวย์น รูนี่ย์, กุน อเกวโร่, ลิโอเนล เมสซี่ และผู้เล่นรายอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ทว่าช่วงหลังมานักเตะที่เคยคว้ารางวัลนี้ไปครอง หลายคนกลับทำผลงานได้ต่ำกว่าตอนที่สร้างชื่อขึ้นมา แถมมีบางรายที่ถือว่าฟอร์มหลุดจากคำว่า “ระดับท็อป” ไปดื้อ ๆ และนี่ก็คือ 13 นักเตะที่เคยคว้ารางวัล ดาวรุ่งยอดเยี่ยมยุโรป :

     ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท, อาแจ็กซ์, 2003

     อดีตกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดของสโมสร และถูกคาดหมายว่า จะมีเส้นทางลูกหนังที่สดใสรออยู่ในอนาคต แน่นอน ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ก็มีเส้นทางการค้าแข้งที่ถือว่าไม่เลวเลย หลังจากที่ออกจาก อาแจ็กซ์ ไปเข้าก็ไปเล่นให้กับทีมอย่าง ฮัมบูร์ก (สองครั้ง), เรอัล มาดริด, สเปอร์ส และ เรอัล เบติส ก่อนที่จะย้ายไปเล่นกับ มิดทิลแลนด์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

     เวย์น รูนี่ย์, เอฟเวอร์ตัน/แมนฯ ยูไนเต็ด, 2004

     แน่นอนอย่างที่เราทราบกันดี เวย์น รูนี่ย์ นั้นประสบความสำเร็จมากมายกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, แชมปเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย, เป็นดาวยิงสูงสุดของ ทีมชาติอังกฤษ และอยู่ในอันดับ 4 ดาวยิงสูงสุดของสโมสร

     เขาเป็นกัปตันทีมชาติ และสโมสร โดยเพิ่งพาทัพ “ปีศาจแดง” คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เขาคว้ารางวัลนี้ไปครองเมื่อปี 2004 โดยเฉือนชนะเพื่อนร่วมทีมอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้

     ลิโอเนล เมสซี่, บาร์เซโลน่า, 2005

     รางวัล โกลเด้น บอย เป็นจุดเริ่มต้นของ ลิโอเนรล เมสซี่ เพราะหลังจากนั้นเขาก็สามารถคว้ารางวัล บัลลง ดอร์ไปถึง 5 สมัย คว้าแชมป์มากมายร่วมกับ บาร์เซโลน่า และถูกยกย่องว่า เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน

      เชส ฟาเบรกาส, อาร์เซน่อล, 2006

     ไม่ต้องสงสัยความสำเร็จของ เชส ฟาเบรกาส ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จกับ อาร์เซน่อล แต่เขาก็สามารถคว้าแชมมป์มากมายกับ บาร์เซโลน่า และ เชลซี รวมถึง ทีมชาติสเปน อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า ฟอร์มที่พีคสุด ๆ ของเขาจะอยู่ในตอนที่เล่นให้กับทัพ “ปืนใหญ่” ภายใต้การคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์

     กุน อเกวโร่, แอต.มาดริด, 2007

      ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา กลายเป็นฮีโร่ของแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ มาตั้งแต่ซัดลูกยิงที่ส่งให้ทัพ “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จในปี 2012 และทำให้วงการลูกหนังอังกฤษต้องจดจำชื่อของ กุน อเกวโร่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาถือเป็นสตาร์มาตั้งแต่อยู่กับ แอต.มาดริด และเมื่อย้ายทีมเขาก็ส่งให้ตัวเองกลายเป็นดาวยิงระดับโลก
      แอนเดอร์สัน, แมนฯ ยูไนเต็ด, 2008

     แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว แอนเดอร์สัน มาจาก ปอร์โต้ ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 20 ล้านปอนด์ แต่หลังจากที่แจ้งเกิดได้สำเร็จ และคว้ารางวัล โกลเด้น บอย ไปครอง ฟอร์มของเขาก็ตกลงไปสวนทางกับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น สุดท้ายเขาก็กลายเป็นส่วนเกินของ “ปีศาจแดง” และปัจจุบันเขาค้าแข้งอยู่กับ อินเตอร์นาซิอองนาล

     อเล็กซานเดร ปาโต้, เอซี มิลาน, 2009

     ความสามารถของ อเล็กซานเดร ปาโต้ ไม่มียักษ์ใหญ่ทีมไหนปฏิเสธได้ แต่เป็น เอซี มิลาน ที่สมหวังได้ตัวดาวเตะบราซิลเลี่ยนไปร่วมทีม ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวย แต่จู่ ๆ ฟอร์มของเขาก็ตกลงไปพร้อมกับอาการบาดเจ็บที่มารบกวนอยู่บ่อย ๆ

      สุดท้ายเขาต้องกลับไปเล่นที่บ้านเกิด และมีความหวังที่จะกลับมาสร้างชื่อได้อีกครั้งกับ เชลซี เมื่อปีก่อนโดยที่เขาไม่รู้ว่ามันคือหายนะ และปัจจุบันเขาเล่นให้กับ บียาร์เรอัล

     มาริโอ บาโลเตลลี่, อินเตอร์ มิลาน/แมนฯ ซิตี้, 2010

     มาริโอ บาโลเตลลี่ ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดก่อนที่จะย้ายไป แมนฯ ซิตี้ ถึงแม้จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ แต่ความล้มเหลวตามมากับการย้ายไปเล่นกับ เอซี มิลาน (2 ครั้ง) และ ลิเวอร์พูล จนในที่สุดเขาต้องคว้าโอกาสสุดท้ายที่จะกลับไปเป็นยอดดาวยิงให้ได้อีกครั้งในการเล่นให้กับ นีซ

      มาริโอ เกิทเซ่, ดอร์ทมุนด์, 2011

     หนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดแห่งวงการลูกหนังเยอรมนี และเป็นทาง บาเยิร์น ที่ฉกตัวเขาไปร่วมทีม ถึงแม้ มาริโอ เกิทเซ่ จะเป็นฮีโร่ยิงประตูชัยช่วยให้ ทีมชาติเยอรมนี คว้าแชมป์ ฟุตบอล 2014 แต่หลังจากนั้นเขากับ “เสือใต้” ดูไม่เหมาะกันสักเท่าไร เมื่อเขาต้องเวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ม้านั่งสำรองตลอด 3 ปีเขาจึงต้องกลับไปซบทีมเก่าที่สร้างชื่อให้กับเขาอย่าง ดอร์ทมุนด์ อีกครั้ง

      อิสโก้, มาลาก้า, 2012

      หลังจากที่ร้อนแรงสุด ๆ กับ มาลาก้า ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องดึงตัว อิสโก้ ไปร่วมทีมในปีถัดมา เป็นอีกครั้งที่เขาเริ่มต้นได้ดี แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงได้จาก ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่ และ โทนี่ ครอส รวมไปถึงฟอร์มร้อนแรงของ มาร์โก อเซนซิโอ ในฤดูกาลนี้ ก็ทำให้อนาคตของ อิสโก้ กับ “ราชันชุดขาว” ไม่แน่นอนเสียแล้ว

      ปอล ป็อกบา, ยูเวนตุส, 2013

     ปอล ป็อกบา จำใจจากทีมรักอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อมาบอกให้โลกรู้ว่าเขาคือนักเตะที่สุดยอดแค่ไหนกับ ยูเวนตุส กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส คว้าแชมป์ได้ตลอด 4 ปีที่อยู่กับ “ม้าลาย” ก่อนที่เขาจะกลับไปเล่นให้กับ “ปีศาจแดง” อีกครั้งด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลก และหลังจากที่เริ่มต้นฤดูกาลช้าไปหน่อย ดูเหมือนว่าจะเขาจะยังไม่เจอฟอร์มเก่งของตัวเอง และเพิ่งจะยิงประตูแรกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

      ราฮีม สเตอร์ลิง, ลิเวอร์พูล, 2014

     หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกับ ลิเวอร์พูล และคว้ารางวัลนี้ไปครอง แมนฯ ซิตี้ ก็ทุ่มเงินเป็นสถิติค่าตัวนักเตะอังกฤษที่สูงสุด 49 ล้านปอนด์เพื่อดึง ราฮีม สเตอร์ลิง ไปร่วมทัพ แต่จะด้วยความกดดันหรืออะไรก็ตามแต่ เขากลับฟอร์มตกไปอย่างดื้อ ๆ อย่างไรก็ตามการมาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำให้ สเตอร์ลิง กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ทว่าหนทางยังอีกยาวไกลสำหรับการพิสูจน์ว่า เขาจะเล่นได้อย่างคุ้มค่าตัวหรือไม่ ?

      อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, แมนฯ ยูไนเต็ด, 2015

      แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศส ย้ายไปร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยคาตัวมหาศาลถึง 36 ล้านปอนด์ ถึงแม้จะไม่ค่อยใครรู้จักชื่อเสียงเรียงนามมากนัก แต่เขาก็ได้แสดงให้เห็นฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม มาร์กซิยาล มีส่วนสำคัญที่พา “ปีศาจแดง” คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อฤดูกาลก่อน แต่ทว่ามาตรฐานที่สูงจากปีก่อนทำให้ฤดูกาลนี้ของเขาเต็มไปด้วยความกดดัน และดูเหมือนยังเค้นฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้เลย