คลังเก็บรายเดือน: ธันวาคม 2016

คนขับยืนข้างปิกอัพจอดเสีย เจอ 6 ล้อเสยท้ายรถพลิกทับดับคาที่

คนขับยืนข้างปิกอัพจอดเสีย เจอ 6 ล้อเสยท้ายรถพลิกทับดับคาที่
คนขับยืนข้างปิกอัพจอดเสีย เจอ 6 ล้อเสยท้ายรถพลิกทับดับคาที่

หนุ่มขับรถกระบะเกิดยางระเบิดบนทางด่วนบูรพาวิถี แล้วลงมายืนข้างรถ ถูกบรรทุก 6 ล้อพุ่งชนท้ายรถกระบะพลิกคว่ำทับเสียชีวิตคาที่

เมื่อเวลา 17.00 น. (19 ธ.ค.)  เกิดเหตุการณ์รถบรรทุก 6 ล้อ ฮีโน่สีขาว หมายเลขทะเบียน 72-6565 ชลบุรี เสียหลักพุ่งชนท้ายรถกระบะอีซุซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผว 9937 ชลบุรี ซึ่งบรรทุกหัวหอมและกระเทียมมาเต็มคันรถ ถูกชนท้ายจนพลิกตะแคง ส่งผลทำให้หอมกระเทียมเกลื่อนถนน

นอกจากนั้นรถกระบะคันดังกล่าวยังพลิกทับร่าง นายเชือน ประนางรอง อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าวจนเสียชีวิตคาที่

เหตุเกิดบนทางด่วนบูรพาวิถี ช่องทางขาออก หลักกิโมเมตรที่ 32+300 ก่อนลงด่านบางพลีน้อยประมาณ 500 เมตร อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลทำให้เกิดการจราจรติดขัดหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสามารถเคลียร์ที่เกิดเหตุและเปิดการจราจรได้ตามปกติ สอบถามนายอภิสิทธิ์  อายุ 36 ปี คนขับรถบรรทุก เล่าให้ฟังว่า ขณะที่ตนเองกำลังขับรถกลับบริษัทในจังหวัดชลบุรีเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่องทางเดินรถช่องทางด้านซ้าย ปรากฏว่า รถคันหน้าที่ตนเองขับตามหลังมานั้นได้โยกหลบรถคู่กรณีที่จอดเพราะยางระเบิด แต่ตนเองไม่ทราบว่ามีรถจอดอยู่ จึงพุ่งชนท้ายอย่างจัง และเป็นจังหวะที่ผู้เสียชีวิตยืนอยู่ข้างรถ ทำให้รถพลิกตะแคงทับร่างจนแน่นิ่งไป ตนเองจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือแต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาต่อคนขับรถบรรทุกรายนี้ในข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ส่งโรงพยาบาลบางบ่อ เพื่อชันสูตรเบื้องต้น

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางด่วนฝากเตือนผู้ที่ใช้บริการทางด่วนพิเศษ ไม่ว่าจะเส้นทางใดก็ตาม หากรถเสียหรือมีปัญหาใดๆ จนไม่สามารถขับเคลื่อนไปต่อได้นั้น ขอให้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและห้ามลงจากรถเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ขอให้รออยู่ในรถเท่านั้น จนกว่าเจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึง ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน ส่วนประชาชนที่รถไม่ได้เสียก็ห้ามจอดรถบนทางด่วนเช่นกัน เพราะอันตรายถึงชีวิตได้

เนย ปัดจ่อแต่งฟ้าแลบ ไม่ท้อคบ ฤทธิ์ เจอข่าวแรง แต่เหนื่อยปรับตัวเยอะ

เนย วรัฐฐา ปัดเตรียมแต่งฟ้าแลบเพราะท้องก่อนแต่ง เผยคุยกับฤทธิ์เรื่องแต่งงานแต่คุยกันเล่นๆ ยังไม่ได้เจอครอบครัวฝ่ายชายหลังมีข่าวพ่อแม่ไม่ปลื้ม มั่นใจตัวเองเป็นคนดีแต่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ ไม่ท้อเจอข่าวแรงแต่เหนื่อยปรับตัวมากกว่า

เรียกว่าเป็นช่วงชีวิตที่นักร้องสาววงเนโกะจัมพ์ เนย วรัฐฐา อิมราพร ต้องอดทนเอามากๆ ทีเดียว เพราะนอกจากเรื่องงานถูกพักเบรกไปเนื่องจากใกล้หมดสัญญากับอาร์เอสแล้ว เรื่องหัวใจก็น่าหนักใจไม่น้อยเพราะพอคบแฟนหนุ่ม ฤทธิ์ กาไชย ไม่ทันไรก็เจอข่าวฉาวตามมาเพียบ ทั้งเรื่องเตรียมแต่งงานสายฟ้าแลบเพราะท้องก่อนแต่ง รวมไปถึงประเด็นเม้าท์พ่อแม่ฝ่ายชายไม่ปลื้มเนยอย่างแรงถึงขั้นจะตัดฤทธิ์ออกจากตระกูล หากยังคบกับนักร้องสาวต่อไป ได้เจอ เนย ในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ “Let’s Go Bangkok Holiday” ณ อินฟินิทซิตี้ ฮอลล์ ชั้น 5 พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เลยถามถึงเรื่องนี้

ซึ่ง เนย พูดถึงข่าวเตรียมแต่งงานว่า “อุ๊ย อันนี้อีกสักพักนึงนะคะ รอดูไปก่อน ถามว่ารอเขามาขอรึเปล่าไม่ได้รอมาขอหรอกค่ะ ก็ไปเรื่อยๆ ค่ะ เราพร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถามว่าจริงๆ เราพร้อมรึยัง ก็ยังไม่เท่าไหร่เนอะ” หลายคนตกใจกับข่าวเราจะสละโสดสายฟ้าแลบ มีคนถามเยอะไหม? “เยอะค่ะ คนก็ชอบถาม มันมาจากที่เมื่อก่อนเนยชอบพูดว่าอยากแต่งงาน แต่สำหรับเนยตอนนี้ก็ไม่รู้ดิ ถ้าไปถึงจุดที่แต่งแล้วเราก็คงไม่ลังเล เราก็คงแต่งเลย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ไปถึงจุดนั้นขนาดนั้น” กับฤทธิ์เรามีคุยเรื่องแต่งงานบ้างไหม? “มันก็เหมือนคุยเล่นๆ ชิลๆ ค่ะว่าเราจะแต่งงานกันไหม หรืออนาคตจะยังไง อายุเท่านี้แล้วก็มีคุยเรื่องนี้บ้างค่ะ แต่ว่าจะเป็นตามนั้นไหมมันก็ต้องไปเรื่อยๆ” ตอนนี้ปัญหาครอบครัวเขาไม่ปลื้มได้เคลียร์กันรึยัง? “(หัวเราะ)

อันนี้ก็ไม่มีอะไรนะคะ คือจริงๆ ที่มีเรื่องข่าวว่าจะแต่งงาน เราก็ยังไม่ได้แพลนเป๊ะว่าวันไหน เนยไม่รู้ว่าข่าวมันออกมาได้ยังไงว่าจะแต่งงาน เราแค่คุยกันเล่นๆ เหมือนคุยกับแฟนว่าอยากแต่งงาน ก็เพ้อๆ เรื่อยไป แต่ข่าวออกมาว่าแต่งงานทันทีมันก็ไม่ใช่ค่ะ” มีโอกาสได้เจอครอบครัวเขาบ้างไหม? “ยังไม่ได้เจอเท่าไหร่ ถามว่าจะมีเข้าไปคุยไหมยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ” ข่าวออกมาค่อนข้างแรง เราคิดจะเข้าไปเคลียร์ไหม? “จริงๆ มันไม่มีอะไรนะคะ มันไม่ได้รุนแรงขนาดในข่าวค่ะ” ณ ตอนนี้เราต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับที่บ้านเขาไหม? “เนยก็พยายามปรับตัวหลายอย่างค่ะ จริงๆ การมีแฟนตัวเนยเองก็ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เพราะเนยค่อนข้างรักอิสระเหมือนกัน ถามว่าเหนื่อยไหมที่ต้องปรับตัวก็เหนื่อย (หัวเราะ) เพราะตัวเนยค่อนข้างอะไรก็ตัวเอง”

มีท้อไหมกับความรักครั้งนี้? “เรื่องท้อไม่ค่อยท้อหรอกค่ะ เอาจริงๆ ก็ปล่อยไปตามยถากรรมค่ะ (หัวเราะ)” หลายคนมองว่าเรื่องปัญหาครอบครัวค่อนข้างใหญ่โต เขามีให้กำลังใจหรือช่วยไกล่เกลี่ยไหม? “เขาก็ให้กำลังใจเราค่ะ ก็พยายามพูดคุยกัน ท้อไหมก็ไม่ท้อ เราไม่ได้จะตายพรุ่งนี้ซะหน่อย ยังไงยังมีเวลาอีกเยอะ” ใจเราอยากเคลียร์กับที่บ้านเขาไหม? “จริงๆ เนยรู้สึกว่ากระแสข่าวมันก็จบไปแล้ว มันไม่มีอะไรแล้ว ก็ไม่ได้อยากเปิดประเด็นหรือทำอะไรอีกค่ะ” ช่วงที่มีข่าว เขาบอกว่าทางครอบครัวจะตัดฤทธิ์ออกไปเลย? “เนยคิดว่าคุณพ่อคุณแม่พี่ฤทธิ์คงไม่ตัดลูกตัวเองหรอกค่ะ เพราะว่าใครจะตัดลูกตัวเองได้ลงเนอะ ถามว่ามีดราม่าสั่งให้เลิกยุ่งกับเราไหมก็ไม่มีนะคะ” เราคิดเรื่องแต่งงานแต่ยังไม่ได้คุยกับทางครอบครัวเขา แล้วมันจะเป็นไปในทางไหน? “เนยรู้สึกว่าบางทีต้องใช้เวลาค่ะ เพราะตอนข่าวออกมา เนยเพิ่งคบกับพี่ฤทธิ์ไม่นาน แต่ตอนนี้มันต้องใช้เวลาเรื่อยๆ ในการปรับความเข้าใจกันทั้งสองฝ่ายค่ะ รวมถึงความสัมพันธ์ด้วย การที่จะไปถึงวันแต่งงานและใช้ชีวิตกับอีกคนมันต้องใช้เวลาพิสูจน์อะไรหลายๆ อย่าง” เราต้องพิสูจน์ตัวเองกับครอบครัวเขาไหม? “คงไม่ถึงกับต้องพยายามทำอะไรเพื่อพิสูจน์ค่ะ ตัวเนยเองค่อนข้างมั่นใจว่าเราเป็นคนดีคนนึง ไม่ได้ทำอะไรเสียหายหรือแย่ แต่บางทีมันต้องใช้เวลาเรียนรู้กันค่ะ มันต้องดูจังหวะด้วย เราสองคนยังต้องศึกษากันเลย ยังมีทะเลาะกันบ้างเลย ฝั่งผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเขาจะมองเราดีทันทีเลย ต้องใช้เวลา ตอนนี้ก็คบกันมา 7-8 เดือนแล้วค่ะ”

ฤทธิ์พิสูจน์ตัวเองยังไงบ้างที่ทำให้เรามั่นใจว่าเขาจะเป็นเจ้าบ่าวของเรา? “(หัวเราะ) เนยก็ไม่รู้อะ แต่เนยรู้สึกว่าเราอยู่ในพื้นฐานการคบกันที่เราไว้เนื้อเชื่อใจกัน ถ้าเราอยากมีชีวิตคู่ เราต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน ถามว่าเรามั่นใจไหม เราก็ไม่สามารถรู้อนาคตได้หรอก เราตอบไม่ได้ แต่ ณ ตอนนี้เรามั่นใจในปริมาณที่เรารู้สึกว่ามันใช่ มันโอเค” จะพักเรื่องงานแต่งไปก่อนไหม? “ก็ไม่ได้คุยอะไรขนาดนั้น เราคบกันแฮปปี้ เราปรับจูนความเข้าใจกันมากกว่า ถามว่าจะฟ้าแลบปีหน้าไหมไม่หรอกค่ะ” ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าเรากำลังจะมีน้อง? “ก็ไม่ได้มีค่ะ คือเรางงกันหลายช็อตมากเลยนะ มันอาจจะมาจากที่อื่นแล้วคนพูดไปก็ผสมกันไปเยอะ พอมีข่าวว่าเราจะแต่งงานคนก็มองว่ากะทันหันเพราะว่าป่องค่ะ” แจม (ชรัฐฐา อิมราพร) ให้กำลังใจยังไงบ้าง? แจม “ก็บอกเนยว่าไม่ต้องไปอ่านคอมเมนต์ตามเน็ตนะ บางทีคนเห็นว่าเป็นนักร้องเซ็กซี่ต้องนิสัยไม่ดีค่ะ เนยก็บอกว่าทำไมจะมีแฟนทั้งทีมันเหนื่อยจัง คือจังหวะเวลาบางครั้งมันก็วุ่นๆ แต่มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ถามว่าเขามีร้องไห้กับเราไหม เนยไม่ร้องไห้เลย หนูเนี่ยอ่านข่าวแล้วจะร้องไห้แทน รู้สึกว่าเฮ้ย ทำไมเจอหนักเกิน เห็นแล้วรู้สึกว่าไม่อยากให้เนยเจออะไรแบบนี้ค่ะ” ครอบครัวเราว่าไงบ้าง มีบอกให้พักความสัมพันธ์กับฤทธิ์ไหม? “ไม่นะคะ คุณแม่รู้ว่าเนยเป็นคนค่อนข้างเข้มแข็ง แต่เนยกังวลคนรอบข้างมากกว่า เนยเป็นห่วงคนรอบข้างที่ต้องมาเจอหรือรับฟังค่ะ ถามว่าที่บ้านมีถามเรื่องข่าวไหมก็ถามเป็นธรรมดาค่ะ เนยก็บอกว่าเนยก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”

สยองกลางตลาด! แทงกันตาย 1 ศพ เจ็บ 3 ผู้ต้องหาเป็นคนตาบอด

สยองกลางตลาด! แทงกันตาย 1 ศพ เจ็บ 3 ผู้ต้องหาเป็นคนตาบอด
สยองกลางตลาด! แทงกันตาย 1 ศพ เจ็บ 3 ผู้ต้องหาเป็นคนตาบอด

(19 ธ.ค.) เมื่อเวลา 23.30 น. ร.ต.อ.ปิโยรส ชูกุล  ร้อยเวร สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย ที่บริเวณตลาดนัดลานดิน ด้านหลังร้านสเต็กลุงหนวด หมู่ 1 ซอยสุขาประชาสรรค์ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นลานเบียร์ พบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้ทำการปั๊มหัวใจและนำส่ง รพ.กรมชลประทานปากเกร็ด แต่เสียชีวิตขณะนำส่ง มีบาดแผลที่ต้นขาซ้ายและกลางหลัง ทราบชื่อคือนายวุฒิการณ์ หรือ แป๋ง อายุ 41 ปี เป็นเจ้าของตลาดดังกล่าว ส่วนผู้บาดเจ็บ อีก 3 รายเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลดังกล่าวไปก่อนหน้า ทราบชื่อคือ น.ส.ปริศนา อายุ 39 ปี ถูกแทงที่แขนซ้าย, น.ส.มยุรา อายุ 30 ปี ถูกแทงที่ท้องด้านซ้าย และนายอนุสรณ์ อายุ 28 ปี ถูกแทงที่หางคิ้วและใต้ตาซ้าย

ส่วนผู้ต้องสงสัยพลเมืองดีจับตัวได้ในที่เกิดเหตุเป็นผู้พิการตาบอดทั้ง 2 ข้าง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ มีร่องรอยการต่อสู้ตามร่างกายมีแผลเล็กน้อย ทราบชื่อคือนายณรงค์ อายุ 37 ปี  เป็นหมอนวดแผนโบราณอยู่ที่การเคหะปากเกร็ด จากการสอบสวนนายณรงค์ ผู้ก่อเหตุ ทราบว่า เจ้าของตลาดทะเลาะกับเจ้าของร้านสเต็ก เคลียร์กันไปแล้วหลายรอบ จากนั้นมีการโวยวายด่ากันหลายรอบ ตนเข้าไปห้ามอยู่ 3 รอบ ก็ยังไม่จบ พอดีเป็นจังหวะชุลมุน ไม่รู้ว่าใครจะทำอะไร จึงใช้อาวุธมีดที่ผู้ตายให้ไว้ป้องกันตัว ซึ่งเกิดอะไรขึ้นบ้างก็จำไม่ได้เนื่องจากเป็นช่วงชุลมุนและมองไม่เห็น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งสอบพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ทราบว่าสาเหตุเกิดจากลานเบียร์เปิดเพลงเสียงดังรบกวนร้านสเต็กที่อยู่ติดกัน และได้มีการนั่งเคลียร์ปัญหาแต่คาดว่าน่าจะคุยกันไม่ลงตัวจึงได้เกิดเหตุชุลมุน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนใครเป็นผู้ก่อเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างสอบสวน ด้านตัวผู้ต้องสงสัยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่ง สภ.ปากเกร็ดเพื่อสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

การตั้งครรภ์กับความเสี่ยง “ภาวะครรภ์เป็นพิษ” อันตรายที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

การตั้งครรภ์กับความเสี่ยง "ภาวะครรภ์เป็นพิษ" อันตรายที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้
การตั้งครรภ์กับความเสี่ยง “ภาวะครรภ์เป็นพิษ” อันตรายที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

ครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะที่พบได้ในคุณการตั้งครรภ์ ซึ่งไม่ใช่อาการคนท้องทั่วไป ความเสี่ยงเหล่านี้แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เฉลี่ยแล้วราวๆ 2-8 เปอร์เซ็นต์ แต่หากเกิดขึ้นแล้วไม่รีบทำการแก้ไขอย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดอันตรายทั้งแม่และลูกในครรภ์จนถึงขั้นเสียชีวิตกันได้เลยทีเดียว และความเสี่ยงของผู้หญิงที่รุนแรงได้ในระดับนี้ภายหลังจากเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษแล้ว จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์กันได้เลยทีเดียว

คุณแม่มือใหม่จึงควรเข้าใจกับภาวะดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นโรคแทรกซ้อนที่มีความรุนแรงเป็นอย่างมากในคนท้อง ลองมาทำความเข้าใจถึงอาการที่ควรสังเกต และอย่ามองข้ามกับความผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อเป็นการป้องกันให้ลูกน้อยและคุณแม่ปลอดภัยจากโรคอันตรายชนิดนี้้ด้วยความเข้าใจที่เรานำมาฝากกันต่อไปนี้่ค่ะ   ภาวะครรภ์เป็นพิษกับอันตรายที่เกิดขึ้นได้กับทารกน้อย

การตั้งครรภ์ของคุณแม่ แล้วเกิดภาวะครรภ์เป็นพิเศษขึ้นมา ซึ่งอาการคนท้องที่สังเกตได้ว่าผิดปกติคือ ความดันโลหิตสูงขึ้น ในปัสสาวะมีโปรตีนและไข่ขาวออกมาปะปนอยู่ด้วย บริเวณหน้า ขา และเท้า บวมจนเห็นได้ชัด มีอาการปวดศีรษะ ตัวพร่ามัว รู้สึกวิงเวียนศีรษะ อยากอาเจียน ซึ่งถือว่าเป็นอาการที่นอกเหนือไปจากอาการแพ้ท้อง อันตรายที่จะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ คือการชักขั้นรุนแรงของคุณแม่ในระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์ จนทำให้เลือดออกสมอง และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้สูง เมื่อเด็กทารกขาดออกซิเจน เด็กมีโอกาสที่รอดได้น้อยมาก ซึ่งแพทย์แทบจะไม่สามารถช่วยเหลือเด็กออกมาจากครรภ์ได้ทันเวลา  สิ่งที่คุณแม่ควรรู้กับภาวะครรภ์เป็นพิษ

อาการครรภ์เป็นพิษเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จากสาเหตุที่ไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าเกิดขึ้นจากอะไร ในอดีตเชื่อกันว่าเกิดขึ้นจากความไม่สมดุลของระบบร่างกาย ธาตุต่างๆ และระบบการทำงานของมดลูกที่ผิดปกติ ไปจนถึงเชื่อกันว่าการทำงานของรกที่ผิดปกติจนมีการหลั่งสารบางชนิดออกมา เส้นเลือดที่เข้ามาหล่อเลี้ยงเด็กในครรภ์เกิดการหดตัว ความดันเลือดของคุณแม่สูงขึ้น จนทำให้เกิดอาการต่างๆ โดยเฉพาะภาวะเลือดออกในสมองตามมา

สิ่งที่น่ากลัวของโรคนี้คือการปรากฏตัวแบบเงียบๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นภัยร้ายที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต ส่วนมากผู้ป่วยที่มาพร้อมกับภาวะครรภ์เป็นพิษ จะไม่รู้ตัวเลยในช่วงแรก เพราะคิดว่าอาการดังกล่าวมาจากอาการป่วยธรรมดาของคนท้อง จนกว่าอาการจะรุนแรงจนเกือบสายเกินเยียวยาไปแล้ว

กินไม่ระวัง เสี่ยงโรคตับคั่งไขมัน

กินไม่ระวัง เสี่ยงโรคตับคั่งไขมัน
กินไม่ระวัง เสี่ยงโรคตับคั่งไขมัน

ปัจจุบันพฤติกรรมการกินอยู่ในชีวิตประจำวันของประชากรทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงพบคนไทยเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการกินอยู่ที่ไม่เหมาะสมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในโรคกลุ่มนี้คือ โรคตับคั่งไขมัน หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า โรคไขมันพอกตับ

โรคตับคั่งไขมันเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ โรคอ้วนลงพุง การดื่มสุราอย่างเรื้อรัง การรับประทานยาบางชนิดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะฮอร์โมนและสเตียรอยด์ เป็นต้น

ในที่นี้จะกล่าวถึงโรคตับคั่งไขมันที่เกิดจากภาวะอ้วนลงพุง ซึ่งพบบ่อยมากในสังคมไทยยุคปัจจุบัน เกิดจากการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปคล้ายชาวตะวันตกมากขึ้น เช่น การรับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูงจำพวกคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูงผิดปรกติ ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนในที่สุด ซึ่งกลุ่มอาการดังกล่าวรวมเรียกว่า อ้วนลงพุง หรือกลุ่มอาการเมตาบอลิก

นอกจากนี้การมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและขาดการออกกำลังกายก็เป็นปัจจัยเสริมให้เกิดโรคอ้วน นำไปสู่การสะสมของสารอาหารต่างๆในรูปไขมันภายในเนื้อตับที่มากกว่าปรกติ ก่อให้เกิดการอักเสบภายในเนื้อตับเรื้อรัง อาจทำให้เกิดภาวะตับแข็ง และเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆของภาวะตับแข็งรวมทั้งมะเร็งตับในที่สุด

โรคนี้มักพบในผู้ป่วยอ้วนลงพุง น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ผู้ที่ตรวจพบโรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง จะเป็น กลุ่มเสี่ยงต่อโรคตับชนิดนี้ ในกรณีที่สงสัยแพทย์จะทำการตรวจภาพรังสีวินิจฉัยของช่องท้องด้านบนเบื้องต้นด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์ว่ามีลักษณะบ่งชี้ถึงภาวะไขมันที่คั่งในตับมากกว่าปรกติหรือไม่

ผู้ป่วยโรคตับชนิดนี้ส่วนใหญ่มักตรวจเลือดไม่พบการอักเสบของตับ และไม่มีอาการแสดงของโรค โรคนี้ถือเป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน หากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ เนื่องจากมักพบว่าผู้ป่วยโรคตับคั่งไขมันมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงและหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการตายที่พบร่วมได้บ่อยในผู้ป่วยโรคตับคั่งไขมัน

สิ่งสำคัญของการรักษาโรคนี้คือ การลดน้ำหนัก และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น นม เนย กะทิ ชีส กุ้ง ปูไข่ ไข่แดง ไม่รับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลมากเกินไป ควรลดปริมาณอาหารลงในแต่ละมื้อ ไม่ควรลดน้ำหนักด้วยวิธีงดอาหาร หรือรับประทานผลไม้แทนมื้ออาหาร เนื่องจากมักพบว่าการรับประทานผลไม้มากเกินไปจะทำให้มีการสะสมน้ำตาลจากผลไม้เป็นไขมันในเนื้อตับในที่สุด ส่งผลทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง รวมทั้งทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ในกรณีที่ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือดสูงควรควบคุมอาหารหรือใช้ยาเพื่อทำให้ผลเลือดอยู่ในเกณฑ์ปรกติ

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่ไม่จำเป็น ตลอดจนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อาจมีผลข้างเคียงต่อตับ และงดดื่มสุรา

หากเรารู้จักดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆแล้ว ก็ไม่ยากที่จะหลีกเลี่ยงจากโรคชนิดนี้ได้ หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีความเสี่ยงหรือเป็นโรคตับคั่งไขมันควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพและพลานามัยที่สมบูรณ์