คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2017

เถาวัลย์เปรียง…สรรพคุณเลอค่า สมุนไพรช่วยบอกลาอาการปวด

เถาวัลย์เปรียง…สรรพคุณเลอค่า สมุนไพรช่วยบอกลาอาการปวด
เถาวัลย์เปรียง…สรรพคุณเลอค่า สมุนไพรช่วยบอกลาอาการปวด

เถาวัลย์เปรียง…สมุนไพรที่ชื่อฟังอาจไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับคนรุ่นใหม่  แต่ความจริงคนโบราณรู้จักนำเอาเถาวัลย์เปรียงมาใช้ประโยชน์ในทางยามานานแล้ว

ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด…ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน   กลอนของท่านสุนทรภู่บทนี้สอนว่าจิตใจมนุษย์นั้นไซร้ยากแท้หยั่งถึง แต่สำหรับพืชไม้เลื้อยอย่างเถาวัลย์เปรียงนั้นกลับได้รับการเชื่อถือและยอมรับในวงการแพทย์พื้นบ้านและแผนปัจจุบันด้วยสรรพคุณชั้นยอดในการแก้อาการปวดเมื่อย และรักษาโรคอื่น ๆ ของมัน

วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาทุกคนไปรู้จักสมุนไพรชนิดนี้ให้มากขึ้น แต่ก่อนที่เราจะไปรู้จักสรรพคุณต่าง ๆ ของเถาวัลย์เปรียง วิธีใช้ ข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้ เรามาทำความรู้จักข้อมูลเบื้องต้นของเถาวัลย์เปรียงกันก่อนดีกว่า

เถาวัลย์เปรียง…หลากชื่อเรียก

เถาวัลย์เปรียง หรือชื่อภาษาอังกฤษเพราะว่า ๆ Jewel Vine  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Derris scandens (Roxb.) Benth. อยู่ในวงศ์ถั่ว  FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE เป็นสมุนไพรที่พบได้ในทุกภาคของประเทศไทย จึงมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น  ภาคกลางเรียกเถาวัลย์เปรียงแดง หรือ เถาวัลย์เปรียงขาว ตามสีของเนื้อไม้ ภาคเหนือเรียกเครือเขาหนัง หรือ เครือค้องแกบ ภาคอีสานเรียกเครือตับปลา หรือ เครือตาปลา ภาคใต้เรียกย่านเหมาะ หรือ ย่านเมราะ
เถาวัลย์เปรียง เป็นพรรณไม้เถา ชอบเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับกัน ใบย่อยรูปไข่ เป็นมันสีเขียวเข้ม ดอกเป็นช่อสีขาว กลีบรองดอกเป็นสีม่วงดำ ตรงปลายกลีบดอกนั้นจะเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ผลเป็นฝักแบนเล็ก ๆ ภายในจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด 1. แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

ในตำรับยาพื้นบ้าน มีการนำเถาของเถาวัลย์เปรียงมาคั่วชงน้ำ แล้วดื่มกินแก้ปวดเมื่อย ส่วนตำรับยาแผนปัจจุบัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และโรงพยาบาลวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ร่วมกันวิจัยทางคลินิกเพื่อศึกษาประสิทธิผลและผลข้างเคียงของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง จำนวน 70 ราย แล้วพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงชนิดแคปซูลขนาด 200 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน มีอาการปวดหลังลดลงไม่ต่างจากกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาแก้ปวดไดโคลฟีแนก (Diclofenac) ขนาด 25 มิลลิกรัม วันละ 3 เวลาเท่ากัน

2. พิชิตโรคข้อเข่าเสื่อม

เถาวัลย์เปรียงนับเป็นสมุนไพรที่ช่วยแก้ปัญหาข้อเข่าเสื่อมได้ดีทีเดียว ดังที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เคยร่วมวิจัยกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แล้วพบว่า ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่ได้รับยานาโปรเซน ขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ มีประสิทธิผลในการรักษาและความปลอดภัยไม่แตกต่างจากผู้ที่รับยาสารสกัดเถาวัลย์เปรียง ขนาด 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์

3. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

ตามตามตำรับยาแผนโบราณ เถาวัลย์เปรียงถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของยาอายุวัฒนะเพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และมีงานวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วยเช่นกันค่ะ โดยให้อาสาสมัครสุขภาพดี 59 ราย กินแคปซูลสารสกัดเถาวัลย์เปรียงวันละ 400 มิลลิกรัม เช้า-เย็น เป็นเวลา 2 เดือน ก็พบว่าสารสกัดเถาวัลย์เปรียงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ กับร่างกาย แถมยังมีส่วนช่วยควบคุมหรือเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้จริง ๆ

4. รักษาอาการตกขาว

สรรพคุณของเถาวัลย์เปรียงยังดีต่อสุขภาพผู้หญิงเช่นกัน เพราะช่วยรักษาอาการตกขาวชนิดที่ไม่มีอาการคัน ไม่มีกลิ่น และไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียวได้ด้วยค่ะ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาแต่โบราณแล้ว วิธีใช้ก็คือ นำเถาวัลย์เปรียงสับเป็นชิ้น เล็ก ๆ ต้มดื่มต่างน้ำ หรือดื่มวันละ 3 เวลา

5. ขับโลหิตเสีย-ช่วยให้มดลูกเข้าอู่

อีกหนึ่งสรรพคุณที่พืชชนิดนี้มีดีต่อผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรก็คือ มีฤทธิ์ช่วยขับโลหิตเสียของผู้หญิง โดยการนำเถาวัลย์เปรียงทั้งห้าแบบสด ๆ นำมาต้มกับน้ำแล้วนำน้ำที่ได้มาใช้ดื่มต่างน้ำ นอกจากนี้เถาวัลย์เปรียงยังช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น โดยการนำเถาสดมาทุบให้ยุ่ย แล้ววางทาบบนหน้าท้องคุณแม่หลังคลอด จากนั้นนำหม้อเกลือที่ร้อนมานาบลงบนเถาวัลย์เปรียง

ขมิ้นชัน กับสรรพคุณความงาม ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้

ขมิ้นชัน กับสรรพคุณความงาม ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้
ขมิ้นชัน กับสรรพคุณความงาม ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้

ขมิ้นชัน สมุนไพรไทยชั้นเลิศ กับสรรพคุณเรื่องความสวยความงาม เชื่อเถอะว่าคุณเองก็อาจจะยังไม่เคยรู้ ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมข้อมูลมาให้สาว ๆ ได้ศึกษากันแล้วค่ะ ไปดูกันเลย

หากพูดถึงสมุนไพรไทยอย่าง “ขมิ้นชัน” หลาย ๆ คนคงจะรู้จักกันดี เพราะมันสามารถนำมาประกอบอาหารและช่วยบำรุงสุขภาพได้ ซึ่งสรรพคุณเหล่านี้คนไทยต่างก็รู้จักกันมาช้านาน และปัจจุบันนี้นอกจากเรื่องอาหารและสุขภาพแล้ว ยังมีการนำขมิ้นชันมาช่วยในเรื่องของความสวยความงามได้อีกด้วย ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่าเจ้าสมุนไพรสีเหลือง ๆ นี้มีประโยชน์และช่วยบำรุงความงามอย่างไรได้บ้าง ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวมสรรพคุณความงามของขมิ้นชันมาให้สาว ๆ ได้ศึกษากันแล้วค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าชมิ้นชันจะช่วยให้คุณสาว ๆ สวยขึ้นอย่างไรได้บ้าง ตามมาดูกันเลย
ช่วยให้ผิวขาวเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

ตั้งแต่สมัยโบราณ คนไทยนิยมนำขมิ้นชันมาขัดผิว เพื่อให้ผิวขาวผ่องและสวยเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งสูตรที่ว่านี้ก็ยังสามารถนำมาใช้ได้จนถึงปัจจุบัน เพียงแค่นำผงขมิ้นชันที่บดละเอียดแล้ว นำมาผสมกับน้ำสะอาดและดินสอพอง คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาขัดผิว พอกหน้าและพอกตัว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก ผิวจะขาวเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ช่วยรักษาสิว

นำผงขมิ้นชันที่บดละเอียดแล้วมาผสมกับน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน จากนั้นนำมาแต้มสิวหรือพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวหน้าดูดี สิวอักเสบยุบลง และช่วยทำให้รอยดำรอยแดงจากสิวจางลงได้

ช่วยกระชับรูขุมขนบนใบหน้า

นำผงขมิ้นชันที่บดละเอียดแล้วมาผสมกับนมสด และน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน จากนั้นนำมาขัดและนวดหน้าเบา ๆ เสร็จแล้วพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยทำให้หน้าสะอาด กระชับรูขุมขนให้เล็กลง แถมยังช่วยให้หน้าเนียมนุ่มขึ้นอีกด้วย ช่วยลดเลือนรอยด่างดำตามร่างกาย

นำขมิ้นชันไปตากแห้งและบดให้ละเอียดเป็นผง ก่อนอาบน้ำให้นำมาผสมกับน้ำเล็กน้อย แล้วเอามาขัดเบา ๆ ตามลำตัว ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยอาบน้ำตามปกติ สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ขาวผ่อง และช่วยลดเลือนจุดด่างดำตามร่างกายให้หายไปได้

ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า

นำผงขมิ้นชันที่บดละเอียดแล้วมาผสมกับถั่วเขียวบด และนมสด คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะสามารถช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ดี

ช่วยแก้ปัญหาหน้ามัน

นำผงขมิ้นชันที่บดละเอียดแล้วมาผสมกับน้ำส้มคั้นสด และน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ล้างออกให้สะอาด สูตรนี้ทำเป็นประจำ จะช่วยลดปัญหาหน้ามันให้กับคุณสาว ๆ ได้ค่ะ

เห็นไหมคะสาว ๆ ว่าสมุนไพรไทยชั้นเลิศอย่างขมิ้นชันนั้น นอกจากจะช่วยทำให้อาหารอร่อยและบำรุงสุขภาพให้ดีขึ้นได้แล้ว ยังสามารถนำมาใช้บำรุงเรื่องความสวยความงามได้อีกสารพัดประโยชน์เลยทีเดียว แบบนี้เห็นทีจะต้องเหมาซื้อทั้งตลาดมาไว้ติดบ้านกันแล้วล่ะค่ะ อิอิ

เคลียร์บ้านให้สะอาด อย่าทำให้รกรุงรัง

ถามหน่อยนึงว่า บ้านรกกันหรือเปล่า ถ้ารู้สึกว่า มองไปทางไหนก็เห็นสิ่งของวางระเกะระกะเต็มบ้านไปหมด เห็นทีคุณต้องหาเวลาจัดเก็บสิ่งของให้เข้าที่เข้าทางหรือให้เป็นที่เป็นทาง ซะแล้ว

ลองสังเกตดูเถอะ วันๆนึง เราหอบของหรือซื้อของเข้าบ้านมากกว่านำของออกจากบ้าน (เพื่อเอาไปทิ้งหรือเพื่อนำไปบริจาค) หรือเปล่า? เพราะบางคนเป็นแบบนี้ เช่น เวลาซื้อของเข้าบ้านจะซื้อแบบยกโหลไปเลย โดยให้เหตุผลว่า จะได้ไม่ต้องไปซื้อบ่อยๆ แต่ใช้วิธีซื้อทีเดียวแล้วใช้ได้ 1-2 สัปดาห์ หรือบางรายมากกว่านั้นอีก ซื้อทีใช้ได้เป็นเดือนยังมี ผู้ที่ซื้อสินค้าทีละเยอะๆเข้าบ้าน สันนิษฐานว่าบ้านคงมีพื้นที่เยอะ

แต่สำหรับผู้ที่มีบ้านขนาดพื้นที่เล็กๆ

ไม่ใหญ่โต ไม่สามารถวางของอะไรได้มาก คงต้องจำกัดการซื้อของเข้าบ้าน และต้องเคลียร์พื้นที่บ่อยๆ เพื่อให้บ้านไม่รก เพราะถ้ารกบ้านจะดูไม่สวยงามและไม่สะอาด

ฉะนั้น มีสิ่งใดบ้างที่คุณสามารถโยนมันใส่ไว้ในถุงขยะได้เลยโดยไม่ต้องลังเล เช่น

1.ใบเสร็จทั้งหลายที่คุณได้รับมาจากร้านสะดวกซื้อ

ซึ่งหากใบเสร็จนั้นไม่ต้องนำมาใช้อีกต่อไปแล้ว ก็ทิ้งมันไว้ตรงถังขยะหน้าร้านนั่นแหละ แต่หากเป็นใบเสร็จที่มีสิทธิ์แลกซื้อปรากฏอยู่ด้วย เพราะบางร้านจะมีโปรโมชั่น

ให้นำใบเสร็จไปใช้ซื้อของได้อีกในราคาที่ถูกลง อันนี้ควรเก็บไว้ใช้สิทธิ์ซะให้รู้เรื่องกันไป

เมื่อพูดถึงใบเสร็จแล้ว ควรตรวจดูราคากันซะหน่อยว่า สินค้าที่ซื้อมานั้น มีราคาตามป้ายที่ติดไว้หรือไม่? เนื่องจากบางร้านเฉไฉ ไม่ขายในราคาที่ประกาศไว้ แล้วถ้าลูกค้าไม่เช็กให้ดีๆก็เสร็จกัน ต้องจ่ายในราคาที่ไม่สมควร

อันนี้อย่าไปยอมเชียวนะ เราควรรักษาสิทธิ์ของตัวเองไว้ อย่าให้ใครมาหลอกง่ายๆ

2.เอกสารที่ส่งมาทางไปรษณีย์เพื่อโฆษณาขายสินค้า

พวกนี้ถ้าคุณไม่สนใจอยากซื้อ หรือไม่มีสตางค์จะซื้อ ก็ทิ้งไปเถอะ อย่าไปอาลัยอาวรณ์ดูมันเลย เพราะดูไปดูมา เดี๋ยวเกิดความอยากขึ้นมาก็ต้องขวนขวายหาเงินมาซื้อจนได้ ถ้าซื้อมาแล้วได้ใช้ก็ดีไป แต่ถ้าซื้อมาแล้วถูกหนูกัดหรือแมลงแทะ แม้แต่โดนน้ำท่วมใหญ่ ที่เคยทำให้ของในบ้านเสียหายมาเยอะแล้ว น่าจะเข็ดบ้างนะ

3.อาหารที่หมดอายุแล้ว

แล้วจะแช่มันไว้ในตู้เย็นอีกทำไมเนอะ จัดการทิ้งไปซะเถอะ แม้อาจมีความรู้สึกเสียดายบ้าง แต่เสียดายยังไงก็ต้องทิ้งอยู่ดี เพราะคุณจะเสี่ยงรับประทานอาหารที่หมดอายุกันรึ? ที่จริงจะเสี่ยงก็เสี่ยงได้ แต่คิดให้ดีก่อนว่า ถ้าปวดท้องขึ้นมาหรืออาหารเกิดเป็นพิษจะเสียค่ายาค่าหมอคุ้มกันไหม?

4. เครื่องสำอาง

หรือแชมพู, ยาสีฟัน ของใช้ในชีวิตประจำวันที่ลืมใช้จนหมดอายุ ก็ทิ้ง อย่าเสียดาย

หอมหัวใหญ่ ช่วยชะลอความแก่

หอมหัวใหญ่ ช่วยชะลอความแก่
หอมหัวใหญ่ ช่วยชะลอความแก่

หอมหัวใหญ่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องเทศสมุนไพรที่ใช้ปรุงแต่งอาหารให้มีรสชาติดีเท่านั้น แต่เป็นพืชที่สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย ถ้าจะพูดถึงความยิ่งใหญ่ของหอมหัวใหญ่ ก็ต้องกล่าวย้อนไปยังสมัยอียิปต์โบราณ ที่มีการขุดพบหอมหัวใหญ่ในสุสานฝังศพของฟาโรห์ เพราะเชื่อกันว่า หอมหัวใหญ่เป็นพืชศักดิ์สิทธิ์สามารถป้องกันพลังชั่วร้ายได้ และเป็นพืชที่มีราคาคุณค่าสูง

สารอาหารสำคัญในหอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่มีสารอาหารที่สำคัญซึ่งล้วนแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น กำมะถัน แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ฟอสฟอรัส กรดโฟลิค โพแทสเซียม ซิลิคอน เส้นใย และโปรตีน

ประโยชน์ของหอมหัวใหญ่ต้านความชรา

ในต่างประเทศได้มีการนำหอมหัวใหญ่มาปรุงเป็นยานานนับหลายศตวรรษ เชื่อว่าหอมหัวใหญ่เป็นยาครอบจักรวาลประจำบ้าน เป็นเพราะว่าหอมหัวใหญ่สามารถนำไปรักษาโรคได้หลาย ๆ โรคนั่นเอง ไม่ว่าจะใช้รักษาอาการไข้หวัด รักษาแผล อาการปวดหัว ปวดท้อง เจ็บคอ รักษาผมร่วง รักษาโรคไซนัส ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น

ปัจจุบันมีการวิจัยคุณประโยชน์ของหอมหัวใหญ่มากขึ้น สารสำคัญที่เป็นตัวเด่นในเรื่องชะลอความแก่ ได้แก่ กำมะถัน และสารเคอร์ซิทิน (Quercetin) กำมะถันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และอุดมด้วยคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนในร่างกาย ทำให้ผิวพรรณยืดหยุ่น มีน้ำหล่อเลี้ยงผิว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และทำให้ผิว ผม เล็บ แข็งแรงมีสุขภาพดี

ส่วนสารเคอร์ซิทิน Quercetin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยการให้ไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ป้องกันการอุดตันเส้นเลือด ทำงานร่วมกับวิตามินอีในการดูแลผิวพรรณให้ชุ่มชื้น งานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่า ช่วยรักษาอาการเส้นเลือดขอด โรคต้อกระจก ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และยังช่วยทำให้อายุยืนยาวด้วย

ล่าสุดผลงานวิจัยของ ดร.จอห์น เฮเนอร์แมน (John Heinerman) จากสถาบัน The National Institute of Aging พบว่าผู้สูงอายุวัยเกือบ 100 ปี จำนวน 8,500 คน มีพฤติกรรมการบริโภคหอมหัวใหญ่ในอาหารเกือบทุกมื้อและทุกวัน ซึ่ง ดร.จอห์นเชื่อว่า หอมหัวใหญ่เป็นยาอายุวัฒนะที่ช่วยยืดอายุให้แก่มนุษย์ และทำให้ผิวพรรณและหน้าตาแลดูอ่อนกว่าวัย

ข้อมูลเนื้อหาเพิ่มเติม..(หอมหัวใหญ่)

การรับประทานหอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่หารับประทานง่าย ราคาก็ไม่แพง ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในอาหารไทยที่เรารับประทานกันเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น ข้าวผัด อาหารจำพวกยำ แกง ต้ม เป็นต้น แค่รับประทานหอมหัวใหญ่วันละ 1 หัวเท่านั้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์และช่วยให้อายุยืนอีกด้วย ไม่ต้องดิ้นรนซื้ออาหารเสริมให้สิ้นเปลือง

ผลข้างเคียง

หอมหัวใหญ่ยังไม่มีกายรายงานว่ามีอันตรายต่อผู้บริโภค แต่ทั้งนี้ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม

มาลดๆๆ ไขมัน น้ำตาล ความดัน กับชาสมุนไพรใบหม่อนกันเถอะ

มาลดๆๆ ไขมัน น้ำตาล ความดัน กับชาสมุนไพรใบหม่อนกันเถอะ
มาลดๆๆ ไขมัน น้ำตาล ความดัน กับชาสมุนไพรใบหม่อนกันเถอะ

ชื่อ หม่อน, มอน (อีสาน), ซึมเฮียะ (จีน), White Mulberry, Mulberry Tree

หม่อนเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ใบหม่อนนอกจากใช้เลี้ยงไหมแล้ว ยังนำมาทำเป็นใบชา ชงกับน้ำดื่ม ชาใบหม่อน ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิต แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ไอ และบำรุงธาตุให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังใช้ประกอบเป็นอาหารได้หลายชนิด มาดูเมนูกัน ใบหม่อนอ่อนใส่ต้มยำก็ได้ แกงอ่อม ต้มแซ่บต่างๆ ทำให้กลมกล่อมแทนชูรส (โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี) ใบอ่อน ยอดอ่อนมาทำแกงจืดใส่หมูสับ ใบแก่ต้มกับน้ำและน้ำตาลดื่มแทนน้ำหวานหอมอร่อย หรือนำมาผัดน้ำมันหอย ใบที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินก็ตากไม่ให้โดนแดดโดยตรงจะได้เขียวๆหรืออบก็ได้ ต้มเป็นน้ำชาผสมกับใบเตยเป็นเครื่องดืมประจำบ้าน คนเกาหลีเอามาชุบแป้งทอด ใส่ในไข่เจียว ใส่ในห่อหมก ทำข้าวยำก็ได้ มีประโยชน์มากมายและนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายขนาดนี้ สมควรปลูกติดบ้างไว้สักต้น

ใบหม่อนสามารถเพิ่มรส ชาติของอาหาร และมีคุณค่าทางโภชนาการ เนื่องจากมีโปรตีนและแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียมสูง ประเทศจีนถือเป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น ใช้ใบหม่อนเป็นสมุนไพรรักษาอาการไอ ความดันเลือดสูง  และคลายกังวล (ตามเภสัชตำรับของประเทศจีนยังใช้ใบหม่อน แก้โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ขับร้อนจากปอด อาการไอแห้ง เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ตาอักเสบ ตามัว โดยใช้ในขนาด 4.5 – 9 กรัม) ผู้ที่ขับรถยนต์ในเวลากลางคืน หรือใช้สายตาในการทำงานมากโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หากรู้สึกอ่อนล้า ให้นำส่วนยอดอ่อนของหม่อนมาต้มเพื่อดื่มและล้างตา ก็จะสามารถช่วยผ่อนคลายและช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี

รายงานการศึกษาวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นพบว่า ใบหม่อนมีคุณสมบัติในการป้องกันและรักษาโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ช่วยลดคลอเลสเตอรอล และความดันโลหิตสูง เพราะมีสารออกฤทธิ์กลุ่มฟลาโวนอยด์ ไฟโตสเตียรอล ไตรเทอปีน อัลคาลอยด์เซราไมด์และน้ำมันหอมระเหย ดังนั้นจึงมีการผลิตชาจากใบหม่อนเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากหม่อนเป็นพืชปราศจากสารพิษ มีแร่ธาตุและวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายโดยรวมสูงกว่าชาทั่วไป อาทิ นอกจากนี้ยังมีสารอาหารต่าง ๆ ในปริมาณสูง เช่น คาร์โบไฮเดรต เพคติน โปรตีน เส้นใยอาหาร แคโรทีน แคลเซี่ยม โปแตสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินซี และทีสำคัญคือ พบกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ครบทุกชนิดคือ ไอโวโลศซีน (Ivoleucine) ลูซีน (leucine) เมไธโอนีน (Methionine) ซีสตีน (Cystine) ฟีนิลอะลานีน (Phenylalaine)ไธโรซีน (Tyrosine) ธรีโอนีน (Threonine) ทริฟโตเฟน (Tryptophan) ไลซีน (Lysine) และวาลีน (valoine)

ชาใบหม่อนมีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆ โดยมีการศึกษาในหนูทดลอง สรุปได้ดังนี้  (Preventive Effect of Mulberry leaves on Adult diseases)

– ใบหม่อนเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด โดยยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้

– สารที่พบเฉพาะในใบหม่อนช่วยยับยั้งการทำงาน ของเอนไซม์ที่ย่อยสลายน้ำตาล และชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ ซึ่งมีผลในการลดระดับน้ำตาลในเลือด

– Gamma-amino butyric acid  ช่วยลดความดันโลหิต

– นอกจากสารที่เป็นประโยชน์ในทางการแพทย์แล้ว ชาเขียวจากใบหม่อนมีแร่ธาตุต่าง ๆ และโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี

อย่างน้อยหาเวลาสักนิดให้ชาสมุนไพร เพื่อรักษาสุขภาพของตัวเองบ้างนะคะ