คลังเก็บรายเดือน: มีนาคม 2018

Boston Celtics: Rookies เน้นเกมที่ยากต่อ Utah

Boston Celtics: Rookies เน้นเกมที่ยากต่อ Utah
Rookies จะให้ความสำคัญกับเกมที่ยอดเยี่ยมสำหรับบอสตันเซลติกส์กับยูทาห์แจ๊ส
ไม่บ่อยนักที่คุณจะได้เห็นทีมเพลย์ออฟสองทีมในเกมซึ่งเป็นมือใหม่อันดับหนึ่งในทั้งสองทีม ชั้นนำของบอสตันเซลติกส์และยูทาห์แจ๊ส โดโนแวนมิตเชลล์และJayson ทาทั่มมีทั้งที่จะทำให้เสร็จในสามอันดับแรกในการออกเสียงลงคะแนนมือใหม่ของปีกับเบนซิมมอนส์ผู้ชนะคาดว่าในขณะนี้
ส่วนที่น่าประทับใจที่สุดของฤดูกาลของมิตเชลล์ได้รับว่าเขาเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง Rookies ไม่ได้คิดว่าจะสามารถที่จะดำเนินทีมที่หลายคนคิดว่ากำลังจะกระจุยหลังจากการสูญเสียความสามารถในการเปลี่ยนแปลงแฟรนไชส์กอร์ดอนเฮย์เวิร์ด

มิตเชลล์หลงใหลทั้งเอ็นบีเอและนำบางส่วนของความตื่นเต้นไม่พอใจมากที่สุดในปีที่มีบางส่วนของความผิดที่ดีที่สุดที่เราเคยเห็นในลีกนี้ มิทเชลล์เป็นผู้เล่นพิเศษและเขาเป็นปัญหาสำหรับทุกคนที่พยายามจะจับเขา

Rudy Gobertอาจยังคงเป็นนักเตะที่ดีที่สุด แต่นั่นก็เป็นเพราะการป้องกันตัวอื่น ๆ เซลติกส์จะใช้เวลามากในการคิดเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาสามารถต่อต้านการก่อการร้ายได้ Gobert สามารถทำลายพวกเขาได้ แต่เป้าหมายการป้องกันทั้งหมดของพวกเขาจะอยู่ที่ Mitchell และในขณะที่Jaylen Brownจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นั่นJayson Tatumอาจจะให้ทุกคน หนึ่งในหนึ่ง matchup พวกเขาทั้งหมดต้องการ
ทาทั่มยังทำในสิ่งที่ rookies ทำธุรกิจไม่ได้ แต่มันแตกต่างจากมิตเชลล์มาก การป้องกันของทาทั่มอยู่ไกลเกินกว่าที่คนคาดไว้ แต่ประสิทธิภาพที่น่ารังเกียจของเขาก็หาตัวจับยากสำหรับผู้เล่นอายุของเขา

เขาเป็นผู้นำลีกยิงมากกว่าร้อยละ 50 จากสามในขณะที่ ในขณะเดียวกันก็ยังดีขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ด้วยเช่นกัน Tatum ลงมายังโลกเล็กน้อยเมื่อปริมาณเพิ่มขึ้นและเขาก็ตกต่ำลงเล็กน้อย ความจริงที่ว่าเขาสามารถทำสิ่งนั้นได้และยังคงถ่ายทำได้ 47 เปอร์เซ็นต์โดยรวมและ 42 เปอร์เซ็นต์จาก 3 แสดงให้เห็นว่าเขามีมาตรฐานสูงเพียงใด

คำถามที่ใหญ่ที่สุดกับทาทั่มอยู่ที่ว่าเขาสามารถจัดการกับภาระหน้าที่ที่มิตเชลล์กำลังดำเนินอยู่ได้หรือไม่ Tatum ไม่ใช่ตัวเลือกอันดับหนึ่งและแม้แต่ Brown ก็มีความรับผิดชอบที่น่ารังเกียจมากขึ้น

ตอนนี้การบาดเจ็บได้ซ้อนขึ้นทาทั่มก็รับบทบาทนี้ไปแล้ว ไม่แน่ใจเกี่ยวกับข้อเท้าของมาร์คัสมอร์ริส Tatum และ Brown เป็นตัวเลือกการให้คะแนนสองอันดับแรกในตอนนี้และยังไม่แน่นอนเนื่องจากเฉพาะ Brown เพิ่งกลับจากอาการบาดเจ็บของเขา

Tatum มีโอกาสที่จะเป็นแต้มที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดในทีมและนั่นคือสิ่งที่ทุกคนต้องการเห็นเขาทำกับ Mitchell ผู้เล่นเหล่านี้ไม่มีอะไรที่จะพิสูจน์ได้ในเกมนี้ แต่ก็มีการตั้งค่าสำหรับการต่อสู้มือใหม่พิเศษ
ทั้งสองคนนี้มีทีมที่แข็งแกร่งอยู่รอบตัวและการบาดเจ็บเหล่านี้อาจทำให้สถานการณ์ของ Mitchell ดีขึ้นกว่า Tatum เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ โชคดีที่เซลติกส์ได้เล่นออกจากจิตใจของพวกเขาแม้จะมีการบาดเจ็บเหล่านี้และมีความมั่นใจทั้งหมดที่พวกเขาต้องการมุ่งหน้าเข้าไปในนี้

การป้องกันของแจ๊สอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เค็ตตีเซลติกส์ได้รับผลกระทบในที่สุด แต่ถ้าพวกเขาสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของลูกบอลได้ดีและภาพที่เปิดกว้างก็ยังลดลงแจ๊สอาจใช้กำลังเล่นในเกมที่พวกเขามี เพื่อใช้ประโยชน์จาก

Tatum vs Mitchell เป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดของเกมนี้ แต่ผลการแข่งขันรอบรองชนะเลิศของ Jazz เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เซลติกส์ถูกขังอยู่ในจุด แต่ไม่ได้เล่นแบบนี้

เปิ้ล นาคร บึ่งรถพาภรรยาส่งรพ. จูน กษมา ขากระตุก-ชักตัวเกร็ง ไม่ทราบสาเหตุ

ดาราชื่อดัง “เปิ้ล นาคร” โพสต์ภาพเผยอาการป่วยของภรรยา จูน กษมา ซึ่งล้มป่วย ต้องพาไปส่งรพ.กะทันหัน หลังจากที่มีอาการเจ็บปลายเท้ามาหลายวัน กินยาแก้ปวดไป 10 เม็ดไม่หาย เริ่มจากเจ็บที่ขา กระทั่งนอนกระตุก ชักเกร็ง โดยระบุว่า

“จูนมีอาการเจ็บแปลบที่ปลายเท้ามาหลายวันละ แต่จูนคิดว่าน่าจะหาย ก็เลยไปเที่ยวเสม็ดกัน แต่เปล่าเลย อาการยิ่งกำเริบ ขาข้างซ้ายกระตุกทุกๆ 2 นาที จนขาชาไม่รู้สึก แต่เธอก็ทนเลี้ยงลูก เล่นน้ำกับลูก แต่เธอแอบอัดยาแก้ปวดไป 10 กว่าเม็ด ก็ไม่ดีขึ้น

จนมาวันนี้ขึ้นรถกลับกรุงเทพ อาการจู่ๆ ก็กำเริบ ขากระตุกหนักขึ้นลามมาด้านขวา จนตัวเกร็งปากกัดตลอดเวลา ขาจูนกระตุกแรงแบบไม่เคยเห็นมาก่อน ป๊าใช้เวลาอัดรถจากเกาะเสม็ดถึงโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ 2 ชั่วโมงกว่า

จูนกระตุกหนักขึ้นแบบชักและร้องไห้ตลอดทาง ตัวเกร็ง ไข้ขึ้น กัดปากตัวเอง อาการน่ากลัวมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ป๊าได้แต่เหยียบ เหยียบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ แล้วเราก็ถึงโรงพยาบาล ทุกอย่างเตรียมรอไว้หมดแล้ว

จูนเข้าห้องฉุกเฉิน ฉีดยา เจาะเลือด สารพัด จูนได้แต่นอนกระตุก ชักเกร็งไปหมด แล้วจูนก็บอกให้พี่เปิ้ลไปส่งลูกกลับบ้าน จูนอยู่กับหมอได้ …..พรุ่งนี้คงต้องลุ้นกันว่าหมอจะบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแม่ของ 4ออ.”

คนอเมริกันนับแสน เดินขบวน March For Our Lives ต้านกฎหมายซื้อปืน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประชาชนชาวอเมริกันนับหมื่นนับแสนคนทั่วประเทศ ต่างพร้อมใจกันออกมาเดินขบวนที่ชื่อว่า “March For Our Lives” เพื่อต่อต้านกฎหมายการครอบครองอาวุธปืน เป็นต้นเหตุทำให้เกิดโศกนาฏกรรมหลายครั้ง โดยเฉพาะในรั้วโรงเรียนและเหยื่อเป็นเด็กผู้บริสุทธิ์ การเดินขบวนครั้งนี้ยังมีกลุ่มดาราคนดังวงการบันเทิงฮอลลิวูดช่วยผลักดันและสนับสนุนด้วย

ตามรายงานระบุว่า เมื่อช่วงสายของวันเสาร์ (24 มี.ค.) ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่นของกรุงวอชิงตันซีดี เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา มีกลุ่มคนนับแสนออกมาเดินขบวนและถือป้ายต่างๆ ภายใต้ชื่อ “March For Our Lives” ต่อต้านกฎหมายครอบครองอาวุธปืนในสหรัฐอเมริกา หลังพบว่ามีเด็กนักเรียนตกเป็นเหยื่อความรุนแรงของกฎหมายนี้เกือบพันคนในรอบปี

สืบเนื่องจากเหตุโศกนาฏกรรมกราดยิงภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริด้า เมื่อช่วงเดือนก่อน ทำให้การเดินขบวนครั้งนี้ก่อตัวขึ้น ผู้เดินขบวนหวังให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และ สภาคองเกรส กลับมาทบทวนและแก้กฎหมายการครอบครองอาวุธปืนอีกครั้ง เพื่อป้องกันเหตุและโศกนาฏกรรมครั้งใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

กลุ่มผู้เดินขบวนส่วนใหญ่พบว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่น ที่ยังเป็นนักเรียนนักศึกษา โดยมีการนัดเดินขบวนและติดต่อสื่อสารโดยใช้โซเชียลมีเดีย ทำให้ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา มีกลุ่มคนออกมาเดินขบวนในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น มหานครนิวยอร์ก หรือ นครลอสแองเจลิส รวมทั้งยังมีกลุ่มคนจากประเทศแคนาดา, ออสเตรเลีย, ไอซ์แลนด์, ญี่ปุ่น และหลายๆ ประเทศในทวีปยุโรป ออกมาเคลื่อนไหวด้วย พร้อมกับติดแฮชแท็ก #NeverAgain หรือ #Enough

อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่กรุงวอชิงตันดีซี แต่เขาพักผ่อนอยู่ที่รีสอร์ทส่วนตัวในรัฐฟลอริด้า ท่ามกลางความกดดันจากสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นกฎหมายการครอบครองอาวุธปืนนั้น โดนัลด์ ทรัมป์ โดนโจมตีอย่างหนัก หลังจากเหตุการณ์กราดยิง 17 ศพในรั้วโรงเรียนครั้งล่าสุด เพราะเขาแสดงความเป็นห่วงถึงสภาพจิตใจของมือปืนผู้ก่อเหตุ แทนที่จะกล่าวถึงปัญหากฎหมายครอบครองอาวุธปืนมากกว่า

ทั้งนี้จากสถิติพบว่าเพียงแค่เริ่มต้นปี 2018 ได้เพียง 3 เดือนแรก เกิดเหตุกราดยิงในสหรัฐอเมริกามากถึง 49 กรณีใหญ่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากคดีเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืน รวมกันเกือบ 9,000 รายแล้ว ซึ่งเหยื่อในจำนวนนั้นมี 596 คน ที่เป็นเยาวชนอายุ 12-17 ปีเท่านั้น

วาฬ 150 ตัวตายเป็นปริศนา เกยตื้นริมหาดออสเตรเลีย

พบวาฬนำร่องครีบสั้นกว่า 150 ตัว ลอยตายเกยตื่นหาดในออสเตรเลีย พบมีชีวิตรอดเพียง 15 ตัวเท่านั้น

สื่อต่างประเทศรายงานว่า มีการพบวาฬนำร่องครีบสั้น สายพันธุ์ “en masse” กว่า 150 ตัว ลอยมาตายเกยตื่นอยู่บนชายหาดแห่งหนึ่งที่อ่าวฮาเมลิน ห่างจากเมืองเพิร์ท 315 กิโลเมตร เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่กู้ภัยนับ 10 คน อยู่ที่ชายหาด พยายามรักษาชีวิตวาฬให้ได้มากที่สุด ด้วยปัจจัยจากความแข็งแรงของพวกมัน สภาพอากาศที่เปียกชื้นและมีลมแรงส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือวาฬโดยพบว่ามีเพียง 15 ตัวเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่

ทั้งนี้ที่หาดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ประกาศห้ามประชาชนเข้าใกล้พื้นที่แล้ว เนื่องจากอาจได้รับอันตรายจากฉลามที่ได้กลิ่นศพวาฬล่อให้เข้ามาตามแนวชายฝั่ง

โดยปกติแล้ว วาฬนำร่องครีบสัตว์พบในน่านน้ำเขตร้อน ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเหตุใดวาฬจำนวนมากขนาดนี้ถึงลอยมาตายเกยตื้น แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอาจเกิดจากการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากอาการป่วย บาดเจ็บ หรือพบเหตุร้าย ของวาฬตัวอื่นๆ ที่พาเข้าฝั่ง หรืออาจเป็นเพราะรูปร่างของชายหาดทำให้พวกมันลอยเข้ามาเกยตื้นดังกล่าว

ก่อนเป็นตลกดัง นุ้ย เชิญยิ้ม เผยชีวิตวัยเด็กที่ต้องต่อสู้กับพี่ชาย โหน่ง ชะชะช่า

ตลกชื่อดัง นุ้ย เชิญยิ้ม ที่ตอนนี้มีครอบครัวที่อบอุ่นมากและมี ตั๊ก ศิริพร ภรรยาสาวที่น่ารักคอยดูแลอย่างดี ล่าสุดในรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ซึ่งงานนี้ นุ้ย เชิญยิ้ม ได้เปิดใจชีวิตในวัยเด็กให้ฟัง พร้อมกับบอกว่าตนเองกับ โหน่ง ชะชะช่า เป็นพี่น้องกันจริงๆ อีกทั้งยังเล่าเรื่องที่เมียถูกจับได้ เพราะโอนเงินให้ตลกสาวชื่อดัง จนหวิดทำบ้านแตกให้ฟังอีกด้วย

“ตอนนี้พี่สบายดี พี่ไม่ได้เป็นอะไร ข่าวที่พี่ไปนอนโรงพยาบาลนั้นก็ข่าวเก่า 2 ปีแล้ว เป็นหมอนกระดูกทับเส้นประสาท แล้วมันขยับตัวไม่ได้ จังหวะที่เขาไปถ่ายรูปที่โรงพยาบาลไง ก็เอารูปไปลงโซเชียล”

พี่นุ้ย เชิญยิ้ม กับโหน่ง ชะชะช่า เป็นพี่น้องกัน?​

“ใช่ บางคนก็ไม่รู้ เพราะว่าเข้าวงการมาตั้งแต่เด็กๆ อยู่วงดนตรีลูกทุ่ง พอโตมาอยู่คาเฟ่ต์เราก็แยกกัน โหน่งไปอยู่กับพี่หม่ำ นุ้ยไปอยู่กับพี่เป็ด เราก็ทำมาด้วยกัน แต่ก็แยกย้ายกัน สมัยเด็กบ้านอยู่แถวโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ฐานะไม่ค่อยมีเงินมากมาย อยู่กับตายาย เราเป็นเด็กที่ชอบหาเงินใช้เอง แต่ไม่ได้ลงทุนอะไร บ้านอยู่ใกล้ศาลเจ้าพ่อ เวลาคนเจ็บคนป่วยเขาไปบน เราเป็นเด็กเซ่นไง พอธูปหมดดอก เราก็ลาเครื่องเซ่นเลย เอาหมูเห็ดเป็ดไก่มากินเลย”

“เรื่องพวงมาลัยก็เหมือนกัน อย่าเรียกว่าขโมย ให้เรียกว่าเป็นศิษย์เจ้าพ่อ พวงมาลัยจะปล่อยให้เหี่ยวแห้งเหรอ หลังจากไหว้เสร็จธูปหมดดอก ผมก็ไปเอาพวงมาลัยมาเลย มันยังสดอยู่ เราก็เอาพวงมาลัยพวกนี้ไปขายที่อนุเสาวรีย์ชัย แล้วที่นั่นจะมีแม่ค้านั่งร้อยมาลัยอยู่ พวงละ 5 บาทแต่เราไม่ได้ลงทุนอะไร เราก็ไปขายเลย 3 พวง 5 บาท ใครๆ ก็ซื้อเรา ขายได้ไม่เกิน 20 ก็โดนจัดการ วิ่งหนีกัน 2 คนพี่น้อง”

เอาเงินไปทำอะไร?

“เอาไปโรงเรียน เพราะว่าตากับยายก็ไม่ค่อยมีเงิน ยายก็ไปรับจ้างนวดแผนโบราณตามบ้าน จริงๆ แล้วหาเงินได้เพื่อเอาไปกินที่โรงเรียน แต่เราหาเงินมาได้ เพื่อเอาไปเล่นทอยเส้นกันที่โรงเรียน ยายเป็นคนรักหลานมาก เขาจะพกข้าวกล่องให้คนละกล่อง ทีนี้ชีวิตวัยรุ่น เราอยากเป็นวัยรุ่นที่เดินสบายๆ ใส่กางเกงแบบว่าขาสั้น กระเป๋านักเรียนต้องแบนๆ แล้ววัยรุ่นจะพกข้าวกล่องทำไม ก็เกี่ยงกันถือกับโหน่ง ก็เอาข้าวกล่องไปซ่อน แล้วไปโรงเรียน เล่นทอยเส้นจนเงินหมด ก็หิว กลับมาก็ไปหาข้าวกล่องที่ซ่อนไว้ สรุปหมาเอาไปกินหมดแล้ว เราทำแบบนี้ตลอด”

ประทับใจอะไรในตัวพี่ชายโหน่ง?

“โหน่งเขาจะเป็นคนที่สอนน้องอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาจะเป็นคนที่ไม่เล่นการพนัน เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ แต่เราจะตรงข้ามกัน โหน่งเขาจะคอยเตือนตลอด แต่ที่จะทะเลาะกันตลอดก็สมัยตอนที่อยู่วงดนตรีลุกทุ่ง ศรชัย เมฆวิเชียร ผมดมกาว โหน่งเตะนิ้วหักเลย ที่เขาโมโหที่สุดคือตอนนั้นอยากของมาก ผมขับรถบัสไปซื้อในเมืองเลย โหน่งโกรธมากเพราะกลัวว่าจะทำรถเขาพัง แต่เจ้าของคณะไม่โกรธเลย เขารักเราเหมือนลูก จุดพีคที่ทำให้เราเลิกก็คือ ผู้คนไม่กล้าเข้าใคร ตัวเหม็นไปหมดเลย กระเป๋าตังก็ไม่มีใครกล้าวาง กลัวเราจะไปขโมยของเขา แต่เราไม่เคยขโมยของใคร ดีที่เราสำนึกผิด คิดเลิกได้”

ย้อนกลับไปสมัยที่ลำบากสุดๆ?

“ตอนเด็กก็คือลำบากสุดๆ แล้ว แต่พอโจมาเรามาเล่นตลกคาเฟ่ เราก็เล่นตลกคณะเล็กๆ งานก็ไม่มี พอมีลูกกับภรรยาคนแรก ก็ไม่มีเงินทำคลอด ก็ตกงานด้วย ผมก็อุ้มลูกกับภรรยาคนเก่าไปหางานกับเพื่อนก็ไม่มีใครรับเลย แต่มีคนหนึ่งที่รับพี่คือ พี่หน่อย เชิญยิ้ม รับเรา เอาเข้าไปอยู่ด้วยเลย ตั้งแต่นั้นมาผมก็กรีดเลือดสาบานเป็นพี่น้องกันเลย พี่หน่อยเป็นคนให้เงินค่าทำคลอดด้วย ให้เอาเงินไปก่อนเลย”

ตอนนั้นโหน่งลำบากมั้ย?

“โหน่งไม่เคยลำบากเลย เพราะเขาเป็นคนเข้ากับผู้ใหญ่ง่าย เขาก็มีงานเข้ามาตลอด ชีวิตเขาดีขึ้นเรื่อยๆ พี่ไม่เคยน้อยใจพี่โหน่งเลยนะ เพราะเขาเป็นคนมาตามพี่ทุกครั้ง พอพี่โหน่งขึ้นกับชูศรี เชิญยิ้ม เขาก็มาตามน้องไปเล่น เขารักน้องและดูแลน้องทุกคน แต่น้องมันดื้อ”

ทำไมตลกต้องเจ้าชู้?

“จริงๆ พี่ไม่ใช่คนเจ้าชู้ แต่พอไปอยู่วงการคาเฟ่ แสงเสียง มีนางฟ้าร้องเพลงทุกคืน ก็แค่เดินสวนกันไปมา ไม่ได้คุยกัน แต่อาจจะมีนั่งคุยกันบ้างได้มาลัยเท่าไหร่ คือเราก็ได้แค่ภายนอกนั่งคุยกัน แต่ไม่ได้มีภายในอะไร”

จากนั้น ตั๊ก ศิริพร ก็ส่งวิดีโอมาบอกว่า “ทุกวันนี้ยังอาบน้ำด้วยกัน ดีใจที่ได้เกิดเป็นเมียเขา เขาเป็นสามีเรา อย่าลืมสัญญาหาเงินเยอะๆ จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน ไม่นอกใจ ไม่เจ้าชู้ ไม่ยุ่งยาเสพติด การพนัน ที่เราไปไหว้พระกันไว้ พี่นุ้ยเป็นผู้ชายใจดี ชอบเรื่องธรรมะ รักพี่นุ้ย นุ้ยบอกว่า ชอบขัดหลังกันทั้งคู่ ชอบอาบน้ำด้วยกันเป็นสื่อรัก เห็นหน้ากันทุกวัน ดีใจที่ได้พี่นุ้ยเป็นคู่ชีวิต รักเขามากๆ เลย”

อาบน้ำด้วยกันทุกวันจริงเหรอ?

“ใช่ อาบน้ำด้วยกันทุกวัน เราเป็นคนชอบขัดหลัง แต่เราขัดเองไม่ได้ เขาก็เป็นคนชอบขัดหลังเหมือนกัน ก็ผลัดกันขัดหลัง มันเป็นการสื่อรักสามีภรรยาอีกสิ่งหนึ่ง”

หวิดบ้านแตกเพราะตลกสาวรุ่นน้อง จริงมั้ย?

“ตอนช่วงที่ยังเป็นแค่ส่งข้อความหากันได้ ก็มีนักร้องส่งข้อความมาว่า พี่นุ้ย เราเลิกกันนะ จริงๆ ตั๊กเขาไม่รู้เรื่องหรอก แต่ลูกพ่อดม ไปอ่านออกเสียงให้เขาได้ยิน แต่จริงๆ เราไม่มีอะไร คือมีครั้งนี้ครั้งเดียวแค่นั้นเอง พี่ตั๊กเขาพาพี่ไปสาบาน คือเขาคิดมากเรื่องนี้มาก เรื่องความเจ้าชู้”

“ส่วนเรื่องตลกสาวเซ็กซี่นี่รุนแรงมาก เรื่องเกิดขึ้นหลังไปสาบาน เพิ่งไม่นานมานี้ มีสลิปการโอนเงิน 4-5 หมื่นอยู่ในรถ จังหวะที่พี่ตั๊กขึ้นมานั่ง คนมันจะดวงซวยอะไรก็ซวยไปหมด พี่ตั๊กเขามานั่งแล้วแดดมันส่องตาก็ดึงที่บังแดดลงมา แล้วใบกำกับภาษีมันหล่นลงมา 3 หมื่นบาท เราไปถ่ายรายการมาวันนั้นแต่ให้เงินเขาหมื่นเดียว จากนั้นก็เขารื้อใหญ่เลย ก็ไปเจอใบเสร็จที่เราโอนเงินไปให้ผู้หญิงคนนั้น 4 หมื่นบาท เขาถามใหญ่เลยว่าใคร เราก็จำไม่ได้ ไม่ได้ตอบอะไร ตั๊กเขาก็เช็คใหญ่เลย แล้วชื่อเด้งมาก็เป็น ชมพู่ ก่อนบ่าย ซึ่งก็คือชื่อเก่าของชมพู่”

งานนี้ ชมพู่ ก่อนบ่าย ที่เป็นพิธีกรก็รีบชี้แจงว่า ทริปนั้นเรานัดไปเที่ยวสิงคโปร์กัน 3 ครอบครัว แล้วหนูเป็นตัวตั้งตัวตี ทุกคนต้องโอนมาที่บัญชีหนู เพราะหนูต้องไปจองทัวร์ แล้วพอเจอกัน พี่ตั๊กก็ผลักหนูบอกว่าเกือบทะเลาะกันบ้านแตก เตียงหัก เพราะชื่อแกนี่แหละ

นุ้ย บอกว่า จริงๆ แล้ว เขานั่นแหละเป็นคนให้พี่ไปโอนเงิน เขาเขียนใส่กระดาษชื่อนี้ บัญชีนี้ให้เราไปโอน พอโอนเสร็จพี่ก็เอาบิลใส่ไว้ในนั้น คือเขาจำไม่ได้ไง พี่ไม่ได้เป็นคนกลัวภรรยานะ แต่ทะเลาะกันบ่อย ส่วนเรื่องอะไรนั้นไม่ได้ตั้งชื่อเรื่อง อยู่ๆ จะทะเลาะก็ทะเลาะ”