คลังเก็บรายเดือน: พฤษภาคม 2018

พบสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม 4 ตัว ในพื้นที่ 3 จังหวัด

ทูตสหรัฐอเมริกามอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 50,000 โดส ให้กรมปศุสัตว์ สถานการณ์โรคระบาดพิษสุนัขบ้าล่าสุดcasino-viva9988.net พบสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มเติม 4 ตัว ในพื้นที่ 3 จังหวัด
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รักษาการอธิบดีอธิบดีกรมปศุสัตว์ รับมอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 50,000 โดส จากนายเกล็น เดวีส์เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา จากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ภายใต้โครงการ Animal-Human Interface Program (AHIP) แห่งศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข (TUC)

ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ประกอบด้วยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งอเมริกา (U.S. CDC) บริษัท MSD Animal Health จำกัด และองค์กร Mission Rabies เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยนำไปใช้ประโยชน์ในภารกิจการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทยนายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่านับว่าเป็นการดำเนินการร่วมกันอย่างบูรณาการในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข U.S.CDC และ FAO และแสดงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ด้านสาธารณสุข และการสร้างเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียว “Great and Good friend” เพื่อการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในทุกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์โรคระบาดพิษสุนัขบ้า ล่าสุด พบสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มเติม 4 ตัวในพื้นที่ 3 จังหวัดโดยเป็นพื้นที่เดิม 1 ตําบลและพื้นที่ใหม่ 3 ตําบล คือ จ.ปราจีนบุรี 1 จุด บุรีรัมย์ 1 จุด สุรินทร์ 2 จุด และพื้นที่พบการระบาดสูงในช่วง 30 วันย้อนหลัง ได้แก่ อำนาจเจริญ 11 จุด สุรินทร์ 21 จุด นครราชสีมา 9 จุด ศรีสะเกษ 8 จุด สงขลา 7 จุด และยโสธร 7 จุด

สำหรับสถานการณ์โรคระบาดปีนี้ มีตัวอย่างหัวสัตว์ส่งตรวจท้ังหมด 5,903 ตัวอย่าง พบผลบวกทั้งหมด 996 ตัวอย่าง (16.9%) ชนิดสัตว์ที่พบ สุนัข 879 ตัว โค 70 ตัว แมว 36 ตัว กระบือ 6 ตัว แพะ 2 ตัว ม้า กวาง และสุกร

ขณะนี้ยังคงประกาศเขตโรคระบาด 31 จังหวัด 76 จุด ดำเนินการฉีดวัคซีนในจุดพบเชื้อและพื้นที่โดยรอบในรัศมี 5 กม.โดยมีกรุงเทพมหานคร 3 จุด ปทุมธานี 3 จุด พระนครศรีอยูธยา 1 จุด สระบุรี 1 จุด ฉะเชิงเทรา 3 จุด ชลบุรี 6 จุด ปราจีนบุรี 1 จุด ระยอง 2 จุด สมุทรปราการ 1 จุด ชัยภูมิ 1 จุด นครราชสีมา 1 จุด บุรีรัมย์ 1 จุด ยโสธร 4 จุด

สุรินทร์ 3 จุด ศรีสะเกษ 4 จุด อำนาจเจริญ 5 จุด อุบลราชธานี 1 จุด กาฬสินธุ์ 1 จุด ขอนแก่น 4 จุด มุกดาหาร 1 จุด ร้อยเอ็ด 5 จุด หนองคาย 1 จุด น่าน 1 จุด สมุทรสาคร 1 จุด ตรัง 4 จุด นครศรีธรรมราช 1 จุด พัทลุง 1 จุด สุราษฏร์ธานี 4 จุด สงขลา 5 จุด สตูล 4 จุด ยะลา 2 จุด ในส่วนการฉีดวัคซีน สุนัข แมว จากเป้าหมายปีนี้ 8.2 ล้านตัว ปัจจุบันฉีดได้ 5.7 ล้านตัว ทำหมัน เป้าหมาย 3 แสนตัว ทำแล้ว 2.60 แสนตัว

ขนส่งฯ สั่งสอบประวัติโซเฟอร์แท็กซี่ปฏิเสธรับ 2 พ่อลูก ขู่ยึดใบอนุญาต

ขนส่งฯ สั่งสอบประวัติโซเฟอร์แท็กซี่ปฏิเสธรับ 2 พ่อลูก ขู่ยึดใบอนุญาต
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Natetip Surasirikul ได้โพสต์คลิปวีดีโอ ปรากฏภาพคุณพ่อกับลูกสาววัย 6-7 ขวบอุ้มตุ๊กตาเดินเรียกรถแท็กซี่ ซึ่งจอดว่างอยู่เกือบ 10 คัน แต่ไม่มีคันไหนรับ จนสองพ่อลูกต้องข้ามถนนไปนั่งรถโดยสารประจำทาง เหตุเกิดบริเวณห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ รังสิต เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19:36 น.

ล่าสุด นายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการ กองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เบื้องต้น ทางกรมการขนส่วทางบก ได้เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าวแล้ว และได้ทำการตรวจสอบรถแท็กซี่ที่ปฏิเสธสองพ่อลูกในคลิป จนรู้หมายเลขทะเบียนรถ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบประวัติโซเฟอร์แท็กซี่ทุกคัน รวมถึงสอบถามไปยังผู้ประกอบการเจ้าของแท็กซี่ เนื่องจากมีหลายคันที่ปฏิเสธ หากตรวจสอบพบว่า แท็กซี่มีเจตนาปฏิเสธผู้โดยสาร จะมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 1 พันบาท ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบกฯ และหากมีประวัติปฏิเสธบ่อยครั้ง จะพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต

อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบก จะเร่งหามาตรการพูดคุยกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ถึงแนวทางการแก้ไข ปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารในระยะยาว เนื่องจากยอมรับว่าได้รับการร้องเรียนจำนวนมาก

ชื่นชม! พยาบาลจอดรถ ช่วยสาววัยรุ่นประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน

ชื่นชม!! พยาบาลช่วยสาววัยรุ่นซิ่งรถจักรยานยนต์มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองศรีราชา ระหว่างทางเกิดเสียหลักพลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเวลา 16.00 น.27 พ.ค.61 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา อำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำด้วยตนเองมีผู้ได้รับบาดเจ็บยังนอนอยู่ริมถนน บริเวณถนนเส้นทางศรีราชา-หนองยายบู่ หน้าโรงแรมบาโคนี่ หมู่ 2 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงจัดรถพยาบาลพร้อมกำลังอาสาสมัครออกให้การช่วยเหลือ

ในที่เกิดเหตุพบ น.ส. ขวัญสิริ พรมสิริโสภณ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 322/478 ม.8 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นอนได้รับบาดเจ็บอยู่ริมถนนซึ่งมีบาดแผลเจาะที่ริมฝีปากด้านบน และมีบาดแผลถลอกตามร่างกายโดยมีนางพลอยนภัส เหล่าศรีพร อายุ47ปี พยาบาลโรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชาขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ นิสสัน สีขาว ทะเบียน ขข2347 ชลบุรี ผ่านมาพอดี และจอดคอยให้การช่วยเหลืออยู่ในเบื้องต้น

และใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าคลิ๊ก สีดำ หมายเลขทะเบียน 2กฉ 7010 ชลบุรี สภาพได้รับความเสียหายพังยับเยิน เจ้าที่หน่วยกู้ภัยและนางพยาบาลต้องช่วยกันปฐมพยาบาลในเบื้องต้นให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงรีบเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบังเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาบาดแผลอีกครั้ง

จากการสอบถาม นางพลอยนภัส พยาบาลสาวใจดีได้ให้สัมภาษณ์กับทางผู้สื่อข่าวว่า ตนขับรถยนต์มากำลังจะเดินทางไปทำธุระที่ตัวเมืองศรีราชาแต่ในระหว่างทางได้พบเห็นว่ามีคนเจ็บนอนอยู่ริมถนนตนจึงรีบจอดรถและลงไปช่วยเหลือเด็กหญิงวัยรุ่นคนดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้นอาการไม่น่าเป็นห่วง มีเพียงบาดแผลถลอกตามร่างกายเพียงเท่านั้น

สำหรับอุบัติเหตุในครั้งนี้ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวได้เล่าว่าเด็กหญิงวัยรุ่นคนดังกล่าว ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากทางหมู่บ้านพฤตชาติ 5 และกำลังมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองศรีราชาแต่ในระหว่างทางนั้นรถจักรยานยนต์ของเด็กหญิงวัยรุ่นได้เกิดเสียหลักพลิกคว่ำด้วยตัวเองอย่างแรงจนคนขับและรถกระเด็นไปคนละทิศละทาง พวกตนจึงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการและรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้รีบเดินทางเข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

หนุ่มหมดสติจากโรคประจำตัว ขับเก๋งพุ่งชนท้ายกระบะบนมอเตอร์เวย์ดับ

หนุ่มหมดสติจากโรคประจำตัว ขับเก๋งพุ่งชนท้ายกระบะบนมอเตอร์เวย์ เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือไม่ทัน เสียชีวิต
วานนี้(25 พ.ค.) เวลาประมาณ 20.58 น. บนถนนมอเตอร์เวย์ ขาเข้ากทม. ที่ กม.42+300 อ.บางปะกง มีรถชนท้ายกัน 2 คัน คือรถเก๋ง ฮอนด้า ขับพุ่งชนท้ายรถกระบะจนทำให้เด็กเล็ก 2 คนในรถกระบะได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุจนท. ตร.และจนท.กู้ภัยเข้าตรวจสอบ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บก่อนนำส่งโรงพยาบาล และพบว่าชายคนขับรถเก๋งนั่งหมดสติอยู่ในรถ รถชนรุนแรงจนแอร์แบ็คทำงาน จึงรีบนำตัวออกมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นfourdclassics.com แต่ก็ไม่พบสัญญาณชีพแล้ว

จากการเปิดเผยของผู้ขับขี่รถกระบะ ทราบว่า ตนขับรถมาในช่องทางปกติ จู่ๆรถเก๋งสีขาวก็ขับมาพุ่งชนท้ายอย่างแรง จนทำให้เด็กในรถ 2 คนบาดเจ็บ ตนเองจึงวิ่งลงมาดูก็พบว่าคนขับรถเก๋งนั่งหมดสติอยู่ในรถ จึงรีบแจ้งจนท.ตร.เพื่อขอความช่วยเหลือ ต่อมาจนท.ตร.สามารถติดตามญาติของผู้เสียชีวิตได้ และทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นวิศวกรอายุ 42 ปี มีโรคประจำตัวทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าขณะขับรถเกิดอาการป่วยกระทันหันจนทำให้หมดสติ ก่อนรถจะเสียหลักพุ่งชนท้ายรถคู่กรณี อย่างแรง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน หลังเกิดเหตุ จนท.ต้องปิดการจราจรกว่า 1 ชม. เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิต รวมทั้งรถที่เกิดอุบัติเหตุอีก 2 คัน ทำให้การจราจรติดขัดเพราะเป็นช่วงค่ำของวันศุกร์ที่มีรถใช้เส้นทางจำนวนมาก แต่หลังจากเปิดการจราจร รถก็สามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติ

รัฐปัดเตรียมขึ้น VAT วอนอย่าตระหนก ด้านนายกฯ ไม่หวั่นโพลคนไม่หนุนให้อยู่ต่อ

โฆษกรัฐบาล ออกโรงยืนยันยังไม่มีแนวคิดปรับขึ้นภาษี วอนสังคมอย่าตื่นตระหนก ป้องความสับสน
วันนี้( 25 พ.ค.61) พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อความและภาพระบุ “ประยุทธ์ขอประชาชนจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8% ถ้าไม่ขึ้นประเทศจะล้มละลาย” ในช่วงนี้ว่า ข้อความและภาพดังกล่าวเป็นเรื่องเก่าเมื่อเดือน มี.ค. 60 ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ชี้แจงไปแล้วว่า ไม่ได้เป็นเจตนารมณ์ของนายกฯ แต่เป็นการตีความที่คลาดเคลื่อน พร้อมทั้งยืนยันด้วยว่าไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นข้อกังวลว่า รัฐบาลจะปรับขึ้นภาษี VAT 9% (รวมภาษีท้องถิ่นอีก 1% อัตรารวมคือ 10%) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.61 ตามที่ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 ต.ค.60

โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้นภาษี VAT ตามที่ระบุไว้กฎหมาย โดยยังคงไว้ที่อัตรา 7% เพราะไม่อยากผลักภาระให้ประชาชนเดือดร้อน จึงไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนกและหลงเชื่อ หรือนำไปวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความสับสน”

ทั้งนี้ โดยหลักการแล้วรัฐบาลจะต้องขึ้นภาษี VAT อีก 3% เป็น 10% เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประมวลรัษฎากร แต่รัฐบาลได้ออกกฎหมายลดอัตราภาษี VAT โดยให้จัดเก็บจริงที่ 7% ซึ่งเป็นอัตราคงที่ต่อเนื่องกันมาทุกปี

ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนหลายสำนักเผยแพร่ข่าว เพจเฟซบุ๊ก “ขอล้าน Like สนับสนุนให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายก” ทำโพลสอบถามประชาชนในโอกาสครบรอบ 4 ปี ว่ายังสนับสนุนนายกรัฐมนตรีให้บริหารบ้านเมืองต่อหรือไม่ โดย 1วัน มีผู้ตอบคำถาม 500,000 คน แบ่งเป็นผู้ที่สนับสนุน 11% และไม่สนับสนุน 89% นั้น

นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว และไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อข้อมูลดังกล่าว เพราะที่ผ่านมามีผลโพลออกมาจากหลายสำนัก หลายประเภท ซึ่งมีทั้งที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่ทุกอย่างให้ที่ดีสุด จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง จากนั้นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง

ชันสูตรศพ ‘เค เขาน้อย’ เผยค้นห้องพักพบทองอีก 119 เส้น

ชันสูตรศพ ‘เค เขาน้อย’ โจรปล้นร้านทองระยอง ก่อนจนมุมยิงตัวตาย เผยค้นห้องพักพบทองอีก 119 เส้น
จากกรณีที่ นายปรเมศฐ์ อัครโภคินนุกูล หรือ เค เขาน้อย อายุ 41 ปี และ นายประเสริฐ หรือจ่าเสริฐ รักนาม อายุ 59 ปี ใช้อาวุธปืนอาก้าบุกปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาระยอง ได้ทองรูปพรรณน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 500 บาท ก่อนบังคับพนักงานในร้านให้เปิดลิ้นชักเอาเงินสดไปอีก 230,000 บาท จากนั้นวันที่ 22 พ.ค. นายประเสริฐ ได้ชิงเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเมื่อวันที่ 23 พ.ค. นายปรเมษฐ์ ได้หลบหนีมาที่ จ.ปทุมธานีcasino-viva9988.net และยิงตัวเองเสียชีวิตภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง

จากการตรวจสอบภายในโรงแรมเพื่อความไม่ประมาท ไม่ไว้ใจคนร้าย เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีต้องใช้เชือกพันร่างช่วยพลิกศพผู้เสียชีวิตที่นอนคว่ำหน้าให้หงายขึ้น เนื่องจากเกรงว่าอาจจะนอบทับวัตถุระเบิด ก่อนทำการชันสูตรพลิกสูตร พบอาวุธปืนขนาด .38 มม. ตกอยู่ข้างศพ ภายในมีกระสุนปืนคารังเพลิงอยู่ทั้งสิ้นจำนวน 5 นัด ที่สำคัญมีปลอกกระสุนปืนที่ใช้ยิงไปแล้วตกอยู่ 1 นัด พร้อมสร้อยคอทองคำที่ปล้นมาจำนวน 119 เส้น เงินสด 571,000 บาท จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมกดดัน จนผู้ต้องหายิงตัวเองเสียชีวิต ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมนำศพผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

อุกอาจ! คนร้ายบุกเทศบาล ทำร้ายกรรโชกทรัพย์ข้าราชการระดับ 4

อุกอาจ! คนร้ายบุกทำร้ายกรรโชกทรัพย์ ข้าราชการระดับ 4 เทศบาลในที่ทำงาน
วันนี้(22 พ.ค. 61) เวลา 21.30 น. ที่ชั้น 8 รพ.เกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ กฤษ แนบนุช หรือ ส.อ.กฤษฎ์หิรัญ พิชญาภัคปุณณาสา อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/131 หมู่ 4 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ ระดับ 4 เทศบาลตำบลเสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังได้โพสต์ข้อความและคลิปวิดีโอว่า

“ผมเป็นข้าราชการ ของเทศบาลตำบลเสาธงหิน แต่สิ่งที่ผมเจอวันนี้ คือ ความไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตของผม ที่ตั้งมั่นทำงานรับใช้ประชาชาชนแต่กับถูกทำร้ายร่างกายในสถานที่ทำงานอยู่หลายครั้ง แล้วจะมีใครรับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้ มันบ้านป่าเมืองเถื่อน แล้วหรือไงครับ แม้แต่ข้าราชการอย่างผมยังถูกรังแก แล้วประชาชนละครับจะได้รับกับอะไร # ข้าราชการอย่างผม ต่อสู้กับความถูกต้องแต่ต้องแลกกับชีวิต # ขอความช่วยเหลือกับสิ่งที่ผมเจอ เพื่อหวังว่าข้าราชการทุกท่านจะไม่เจออย่างผม # ข้าราชการ ถูกทำร้ายร่างกาย เพราะทำงานอย่างตรงไปตรงมา”

จากการสอบถามรายละเอียดทราบว่า ได้มีชายไม่ทราบชื่อบุกเข้าไปทำร้ายร่างกาย ส.อ.กฤษฎ์หิรัญ พิชญาภัคปุณณาสา จนได้รับบาดเจ็บและข่มขู่กรรโชกเอาเงินไปจำนวน 10,000 บาท ขณะทำงาน เหตุเกิดที่ห้องสมุดเอื้ออาทรบางใหญซิตี้ ซึ่งเป็นที่ทำงานและอยู่ในส่วนรับผิดชอบของเทศบาลตำบลเสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 พ.ค. 61 ขณะนี้ผู้เสียหายได้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.เกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์ โดยแพทย์ให้พักรักษาตัวเป็นจำนวน 2 วัน ซึ่งได้แจ้งความไว้ที่ สภ.บางใหญ่

รวบแล้ว! ชายอ้างเป็นตำรวจกองปราบ ขับรถปาดหน้า ขู่คู่กรณีเสียค่าปรับ 2 พัน

รวบแล้ว! ชายอ้างเป็นตำรวจกองปราบ ขับรถปาดหน้า ขู่คู่กรณีเสียค่าปรับ 2 พัน ล่าสุดถูกกองปราบ ของจริงบุกจับขณะจอดรถยนต์ริมถนน
จากกรณีที่กระแสวิจารณ์ชายปริศนาชุดแดงfourdclassics.com ที่อ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่กองปราบ หลังปรากฏคลิปที่บันทึกได้จากพลเมืองดี พบเห็นชาย 2 ราย คล้ายกำลังมีปากเสียงกัน บริเวณทางคู่ขนาน ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 มุ่งหน้าแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้จอดรถไถ่ถามมีปัญหาอะไร เผื่อช่วยแก้ไขได้ ชายใส่เสื้อยืดสีแดงขับกระบะโตโยต้า ไทเกอร์ สีบรอนซ์-ทอง อ้างว่าถูกหนุ่มขับเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ขับปาดหน้า จึงทำให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวขับไล่ตามกันมา เหตุเกิดเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้า ที่ สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พ.ต.ท.กรกช ยงยืน สว.กก 2 บก.ป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองปราบ รวม 7 นาย ได้ควบคุมตัวนายสัมพันธ์ อิทมาตย์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ม.9 ต.หนองขอน อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ชายปริศนาเสื้อแดง ที่อ้างตัวว่าอยู่กองปราบ ขณะกำลังจอดรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีบอนทอง บห-5976 ชลบุรี อยู่บริเวณริมถนน ข้างทางรถไฟผู้ใหญ่เยี่ยม ม.10 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

ต่อมาได้มีนายวานิช ภาสะวณิช อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/195 ม.1 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ผู้เสียหาย เดินทางมาชี้ตัวชายที่อ้างว่าอยู่กองปราบ พร้อมกับเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขับขี่ รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ มาตามเส้นทางดังกล่าว จู่ๆ ก็ได้มีรถยนต์กระบะ ของนายสัมพันธ์ ขับขี่แซงรถตนมา และพยายามให้ตนจอดรถ หลังจากนั้นตนจึงได้จอดรถยนต์ ส่วนนายสัมพันธ์ ก็ได้จอดรถยนต์ขวางหน้ารถตนไว้ แล้วเดินเข้ามาต่อว่าตนและกล่าวหาตนว่า ไปปาดหน้ารถยนต์ ของนายสัมพันธ์ ก่อน ตนก็เลยรู้สึกงงๆ ต่อมานายสัมพันธ์ ก็ได้พูดว่า “มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร กูเป็นตำรวจกองปราบ เอาใบขับขี่มาดูดิ” ตอนนั้นตนก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงได้ยื่นใบขับขี่ไป หลังจากนั้นก็ได้มีพี่พลเมืองดี จอดรถบรรทุก 18 ล้อ แล้วเดินตรงมาช่วยพูดให้ จนในที่สุดนายสัมพันธ์ต้องยอมคืนใบขับขี่ให้กับตน และแยกย้ายกันไป

ในขณะที่นายสัมพันธ์ หนุ่มที่อ้างตัวอยู่กองปราบ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ รถยนต์ของนายวานิช ได้ปาดหน้ารถตนก่อน ทำให้รถยนต์ของตนเกือบจะถูกรถบรรทุก 18 ล้อ เหยียบ ตนจึงรู้สึกโมโห แล้วขับไปปาดหน้ารถของนายวานิชคืน หลังจากนั้นตนจึงได้พยายามให้รถยนต์ของคู่กรณีจอด และตนก็ได้ลงไปพูดคุย ซึ่งเหตุผลที่ตนต้องอ้างว่าเป็นตำรวจกองปราบ เพราะดูจากท่าทีของคู่กรณีแล้ว เค้าไม่ยอมลงจากรถยนต์ เพื่อมาพูดเลย อีกทั้งยังมีท่าทีที่คิดจะหนีอีก ตนก็ไม่รู้จะทำยังไงจึงได้อ้างไปเช่นนั้น

ซึ่งตนก็ยอมรับว่าตนผิดที่อ้างตัวเป็นตำรวจ โดยตนก็อยากจะฝากขอโทษทางคู่กรณีด้วย ตนก็แค่อยากให้ลงมาพูดคุยกันเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหากับนายสัมพันธ์, ว่าแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา, และเสพยาเสพติด ประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองขาม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พบวัตถุระเบิดพร้อมกระสุนเอ็ม16 หลังสถานสงเคราะห์เด็กชายปากเกร็ด

พบวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดและอาวุธปืน ที่บริเวณริมคลองบางตลาด ใกล้สถานสงเคราะห์ชายบ้านปากเกร็ด
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 20 พ.ค.61 ร.ต.ท.เจษฎา เหมโก ร้อยเวร สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดและอาวุธปืน ที่บริเวณริมคลองบางตลาด หมู่ 1 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด ต.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด จ.นนทบุรี เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นคลองด้านข้างสถานสงเคราะห์ชายบ้านปากเกร็ด ถนนภูมิเวท พบถุงพลาสติกภายในมีเครื่องกระสุนปืน M16 ขนาด 5.56 นาโต้ จำนวน 42 นัด มีสนิมติดไม่สามารถใช้งานได้ ซองกระสุนปืน M16 จำนวน 1 ซอง และด้านนอกพบระเบิดขว้าง MK2 จำนวน 1 ลูก พร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่ EDOเข้าตรวจสอบใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจากนั้นได้ทำการเก็บกู้สำเร็จ
จากการสอบถามนายครรชิต วีระสุนทร อายุ 48 ปี ผู้พบวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว ทราบว่า ตนพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักของสถานสงเคราะห์ เห็นว่าหญ้าที่บริเวณริมคลองดังกล่าวรกและสูงจึงได้มาถางหญ้าและพบวัตถุดังกล่าวจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำส่งวัตถุทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นนทบุรี ทำการตรวจสอบว่ามีร่องรอยผู้ที่นำมาซุกซ่อนไว้หรือไม่ จากนั้นจะหาตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อนำมาสอบปากคำหาที่มาของอาวุธทั้งหมดอีกครั้ง

ดีเซลทะลุ 30 บาท! ชาวนาผู้ใช้รถโอดเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า

ชาวนาผู้ใช้รถโอดเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าfourdclassics.com อยากให้รัฐบาลหาทางควบคุมราคาน้ำมันให้เหมาะสมอย่างจริงจัง
วันที่ 19 พฤษภาคม2561 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชัยนาทว่า หลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้นมีผลหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา เช้าวันนี้พบว่าตามสถานีบริการน้ำมันยังคงมีลูกค้ามาใช้บริการตามปกติ แต่หลายรายก็มองป้ายแสดงราคาที่ติดไว้อย่างแปลกใจ โดยบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าน้ำมันดีเซลซื้อเป็นปัจจัยพื้นฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะจำเป็นต้องใช้ในทุกภาคธุรกิจของประเทศจะมีราคาปรับขึ้นสูงได้ขนาดนี้

โดยผู้ใช้รถบอกว่า หลังจากนี้เตรียมตัวรับสถานการณ์ของแพงได้เลย เพราะราคาน้ำมันประขึ้นค่าขนส่ก็จะปรับตาม และมีผลโดยตรงกับสินค้าที่จะต้องบวกค่าขนส่งเข้าไปด้วย สินค้าอุปโภคบริโภคก็จะต้องมีการปรับขึ้น และจะกระทบกับค่าครองชีพของประชาชนทั้งประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่วนทางด้านภาคเกษตรเอง ชาวนาในพื้นที่ ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาทก็บอกว่าการขึ้นราคาน้ำมันรอบนี้ส่งผลกระทบอย่างมาก เริ่มตั้งแต่ต้นทุนการสูบน้ำเข้านาที่ปกติตกไร่ละ 450-500 บาท ถ้าราคาน้ำมันดีเซลยังทรงตัวที่ 30 บาทต่อลิตร หรือปรับขึ้นไปอีกต้นทุนของชาวนาก็ยิ่งสูง

นอกจากนี้ ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้ปัจจุยการผลิต อย่างปุ๋ยและยาปรับราคาตาม ซึ่งจะยิ่งทำให้เกษตรกรเดือดร้อนหนัก จึงอยากให้รัฐบาลหาทางควบคุมราคาน้ำมันให้เหมาะสมอย่างจริงจังด้วย