คลังเก็บรายเดือน: มิถุนายน 2018

ช่างภาพหนุ่มสุดซวย!! ตกท่อน้ำโรงพยาบาลดังปากเกร็ด

ช่างภาพหนุ่มสุดซวยรถล้มไปล้างแผล แต่ตกท่อน้ำในรพ.ดังย่านปากเกร็ด
เมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.61) มีรายงานข่าวแจ้งว่า มีช่างภาพสื่อมวลชน ขณะไปโรงพยาลแห่งหนึ่งชื่อดังย่านปากเกร็ดแต่ต้องซวยซ้ำ ขณะเดินผ่านฝาท่อระบายน้ำภายในโรงพยาบาล ปรากฏว่าฝาท่อชำรุด โดยไม่มีป้ายหรือเครื่องหมายเตือนfourdclassics.com จึงตกลงไปทำให้ได้รับบาดเจ็บ จึงอยากฝากโรงพยาบาลเร่งแก้ไขด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะมีประชาชนอาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ผู้เสียชีวิต 7 ราย จำนวน 6.3 ล้านบาท

คปภ. เร่งรัดให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้กับทายาทผู้เสียชีวิต 7 ราย แล้ว จำนวน 6.3 ล้านบาท จากกรณีอุบัติเหตุรถชนที่จังหวัดชลบุรี นัดจ่ายค่าสินไหมฯวันที่ 8 มิถุนายนนี้
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ได้เกิดอุบัติเหตุรถพ่วง หมายเลขทะเบียนหัว 79-6606 กรุงเทพมหานคร และส่วนหางหมายเลขทะเบียน 79-8003 กรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนรถ 3 คันที่ จอดอยู่บริเวณไหล่ทาง คือ 1. รถยนต์ หมายเลขทะเบียน ฆง-6408 กรุงเทพมหานคร 2. รถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 72-0804 นครปฐม และ 3. รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ถส-3339 กรุงเทพมหานคร 2561 บนพื้นที่ ตำบลบางนาง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 7 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย
จากการติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิดของสำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง สำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี และสำนักงาน คปภ. จังหวัดศรีสะเกษ พบว่า รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ฆง-6408 กทม.ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัทประกันคุ้มภัยจำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ DM7260RS0683001001 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 8 ธันวาคม 2561 และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 1 DM7060RS3679 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 8 ธันวาคม 2561 2. รถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 72-0804 นครปฐม ไม่พบข้อมูลการทำประกันภัย3.รถยนต์กระบะ เลขทะเบียน ถส-3339 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัทเจ้าพระยาประกันภัย จำกัด(มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 00061MC0/6101/00109-6 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2561 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 20 มกราคม 2562 และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท2+ กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 00061V5016101/00001-0 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2561 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 20 มกราคม 2561

4.รถพ่วงหมายเลขทะเบียนหัว 79-6606 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 15AC1000298200000201706 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 มิถุนายน 2561 และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 3 กรมธรรม์ที่ 15AV3000079400000201707 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2561 และส่วนหางหมายเลขทะเบียน 79-8003 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่15AC1000446300000201709 เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 2560 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2561

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.จังหวัดศรีสะเกษ เร่งประสานกับ บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัยประกันภัย จำกัด โดยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามพ.ร.บ.แก่ทายาทผู้เสียชีวิต รายละ 900,000 บาท รวม 4 ราย 3,600,000 บาท ทั้งนี้ ได้กำหนดจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทผู้เสียชีวิตซึ่งมีภูมิลำเนาในจังหวัดศรีษะเกษ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2561 เวลา 13.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอ กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

‘อดุลย์’ สั่งประกันสังคมช่วยเหลือ กรณีสาวผ่าตัดคลอดบุตรเสียชีวิต

รมว.แรงงาน กำชับ ประกันสังคม ช่วยเหลือสาวที่เสียชีวิตจากการคลอดบุตรตามสิทธิ์ที่ได้รับ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกญาติผู้เสียชีวิต
นางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่นางสาวเกษรินทร์ สุวะมาตย์ เสียชีวิตจากการผ่าตัดคลอดบุตรที่โรงพยาบาลในจังหวัดอำนาจเจริญตามที่ปรากฏในสื่อต่างๆ นั้น พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการจากกรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิสfourdclassics.com ให้สำนักงานประกันสังคมตรวจสอบข้อมูลและให้ความช่วยเหลือตามสิทธิที่พึงได้รับ

ซึ่งในเบื้องต้นพบว่า นางสาวเกษรินทร์ สุวะมาตย์ เป็นผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนประกันสังคม รวมทั้งสิ้น 129,896.08 บาท ประกอบด้วย 1. ค่าคลอดบุตร และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร จำนวน 27,107.50 บาท 2. ค่าทำศพ จำนวน 40,000 บาท 3. เงินสงเคราะห์กรณีตาย จำนวน 18,813.20 บาท 4. เงินบำเหน็จชราภาพ จำนวน 43,975.38 บาท

โดย รมว.แรงงาน ได้กำชับให้ สำนักงานประกันสังคมอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคม และให้จ่ายเงินตามสิทธิเพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ

นอกจากนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ยังได้เรียกร้องค่าเสียหายจากโรงพยาบาลอำนาจเจริญ เป็นเงินจำนวน 400,000 บาท ซึ่งทางโรงพยาบาลได้รับเรื่องและอยู่ระหว่างเสนอผู้บริหารเพื่อพิจารณา

ทั้งนี้ รมว.แรงงาน ยังได้แสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า กระทรวงแรงงานพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือคุ้มครองดูแลสิทธิของผู้ประกันตนทุกคน หากได้รับความเดือดร้อนจากการรักษาหรือมีปัญหาขัดข้องเกี่ยวกับการขอรับประโยชน์ทดแทนตามสิทธิที่ได้รับในกรณีต่างๆ

สามารถโทรแจ้งปัญหาเบื้องต้นได้ที่สายด่วน 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กระทรวงแรงงานจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

เริ่มเก็บค่าผ่านทางวงแหวนรอบนอก ช่วงพระประแดง–บางขุนเทียน 1 ก.ค. นี้

เริ่มเก็บค่าผ่านทาง ถนนวงแหวนรอบนอก ช่วงพระประแดง–ต่างระดับบางขุนเทียน 1 ก.ค. นี้
ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแทนกรมทางหลวง ตามมติ ครม. ปี 2554 บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง ดังนี้

รถ 4 ล้อ 15 บาท

รถ 6 ล้อ 25 บาท

รถที่มีล้อเกิน 6 ล้อขึ้นไป 35 บาท

ซึ่งค่าธรรมเนียมผ่านทางที่จัดเก็บได้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะนำส่งกรมทางหลวง เพื่อเข้าบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้เก็บรักษา และจะนำไปใช้ในการบำรุงรักษาทาง สะพาน ตลอดจนระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการจราจรให้แก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งไฟฟ้าแสงสว่าง กล้อง CCTV โทรศัพท์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ภัย เป็นต้น

รวมทั้งใช้สำหรับก่อสร้างขยายโครงข่ายมอเตอร์เวย์สายทางอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดิน รักษาวินัยทางการเงินการคลังภาครัฐ พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

สาวร้องกองปราบ ถูกตำรวจหื่นทำร้ายแก้วหูทะลุเจ็บสาหัส

สาวร้องกองปราบ ถูกตำรวจหื่นทำร้ายแก้วหูทะลุเจ็บสาหัส หลังพยายามข่มขืน แต่ไม่สมยอม
วันนี้ (1 มิ.ย.61) เวลา 09.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาสาวราชบุรี บุคลากรทางการแพทย์ เหยื่อผู้เสียหาย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยดำเนินคดีและจับกุมนายตำรวจยศใหญ่ในราชบุรี เนื่องจากการถูกนายตำรวจยศสูงใช้กลอุบาย

หลอกลวงทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส หลังพยายามข่มขืนทารุณกรรมทางเพศ
โดยผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ได้รู้จักกับนายตำรวจที่ทำร้ายหลังมาทำคดีให้อาม่าของตนเป็นระยะเวลาหนึ่ง มีความสนิทสนมไว้ใจกับครอบครัวของตน กระทั่งวันเกิดเหตุเมื่อเมษายนที่ผ่านมา นายตำรวจคนดังกล่าวได้ยืมรถ เมื่อตนทวงคืนกลับบันดาลโทสะทุบตีก่อนจะพาไปที่โรงแรมและพยายามข่มขืน เมื่อตนไม่สมยอมกลับทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ก่อนที่ทางพนักงานโรงแรมเข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ ซึ่งผลจากการถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส แก้วหูทะลุ เยื่อหูฉีกขาด ปลายประสาทหูอักเสบ ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงรักษาและมีอาการน้ำหนองไหลออกมาจากหู หลังจากเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ราชบุรี อยู่ในขั้นตอนกระบวนการ แต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า จึงได้เดินทางมาร้องขอความยุติธรรมในวันนี้

ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า นอกจากทำร้ายร่างกายผู้เสียหายแล้ว ผู้กระทำผิดยังได้พาตำรวจนอกเครื่องแบบมาข่มขู่พยานที่เห็นเหตุการณ์ ทั้งยังอ้างว่าผู้หญิงเป็นคนสมยอม ซึ่งไม่ใช่ความจริง โดยการมาร้องในวันนี้อยากให้กองปราบปรามโอนคดีจาก จ.ราชบุรี มายังส่วนกลางแทน เพราะคดีที่อยู่ในท้องที่ผู้เสียหายไม่มั่นใจว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้มายื่นร้องที่กองปราบ