เรื่องทั้งหมดโดย beri45

1 ก.ย.นี้ ดีเดย์ ปรับขึ้นค่าทางด่วน 5 บาท 2 เส้นทาง

กทพ. ปรับขึ้นค่าทางด่วน 5 บาท เส้น กาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) – บูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2561

รายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2561 เป็นต้นไป การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้มีการปรับขึ้นราคาค่าทางด่วนเพิ่ม 5 บาท สำหรับทางพิเศษ 2 สายทาง คือทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) โดยการปรับขึ้นครั้งนี้ เป็นไปตามสัญญาสัมปทานกับเอกชน ที่กำหนดให้พิจาณาทบทวนการจัดเก็บค่าผ่านทางทุก 5 ปี เมื่อครบกำหนดสัญญา

ทั้งนี้การปรับขึ้นดังกล่าว ส่งผลทำให้ค่าทางด่วนปรับราคาขึ้นดังนี้
ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)จะปรับขึ้นคาผ่านทางรวม 3 ด่าน ประกอบด้วย

1.ด่านบางครุ-บางเมือง เฉพาะรถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 95 บาท
2.ด่านบางครุ-เทพารักษ์ เฉพาะรถ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 75 บาท
และ3.ด่านบางครุ-บางแก้ว เฉพาะรถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 125 บาท

ทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ปรับขึ้นค่าผ่านทางรวมทั้งสิ้น 11 ด่าน ประกอบด้วย

1.ด่านบางนา กม.6-บางเสาธง เฉพาะรถ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 65 บาท
2.ด่านบางนา-กม.6-บางสมัคร รถ 4 ล้อ ปรับเป็น 50 บาท, รถ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 100 บาท และมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 150 บาท

3.ด่านบางนา กม.6-บางปะกง 1 เฉพาะรถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 185 บาท
4.ด่านบางนา กม.6-ชลบุรี เฉพาะรถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 220 บาท

5.ด่านวงแหวนรอบนอก (บางแก้ว)-บางสมัคร รถ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 85 บาท ,รถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 125 บาท 6.ด่านวงแหวนรอบนอก (บางแก้ว)-บางปะกง 1 รถ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 105 บาท ,รถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 160 บาท

7.ด่านวงแหวนรอบนอก (บางแก้ว)-ชลบุรี รถ 4 ล้อ ปรับเป็น 65 บาท ,รถ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 130 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 195 บาท
8.ด่านบางพลี 2-บางพลีน้อย รถ 4 ล้อ ปรับเป็น 30 บาท, รถ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 60 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 90 บาท

9.ด่านบางพลี 2-บางปะกง 1 เฉพาะรถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 140 บาท
10.ด่านสุวรรณภูมิ 2-บางสมัคร รถ 4 ล้อ ปรับเป็น 35 บาท, รถ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 70 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 105 บาท

และ11.ด่านสุวรรณภูมิ 2-ชลบุรี เฉพาะรถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 175 บาท

แบบนี้ถึงจะถูก! สวนบัวกระด้งสาธิตวิธียืนที่ถูกต้อง หลังคลิปสาวน้อยอยากลองจนพลาดตกน้ำ

บัวกระด้งยักษ์ หรือ บัววิกตอเรีย รุ่นใหม่ ที่ จ.พิษณุโลกfourdclassics.com กำลังบานเต็มสระน้ำ ประชาชนที่ทราบข่าว พากันไปชมและขึ้นไปยืนถ่ายภาพบนใบบัวที่สามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 90 กิโลกรัม

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปขณะนักท่องเที่ยวสาวรายหนึ่ง ตั้งใจจะลงไปยืนบนใบบัว แต่พอก้าวเท้าลงไปกลับ ร่วงลงไปในน้ำจนเปียกปอนนั้น

ล่าสุด (28 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าว MThai ได้รายงานว่า ที่ สวนบัวอมรรัตน์ บ้านเลขที่ 5/1 หมู่ 10 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นที่ปลูกบัวกระด้งยักษ์ หรือบัววิกตอเรีย ได้มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัดยังคงเดินทางมาเที่ยวชมและถ่ายภาพคู่กับใบบัว และยังสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวของ นายธรรมรงค์ สิริพัฒนา อายุ 55 ปี จากการเก็บเงินค่าเข้าชม เฉพาะผู้ใหญ่คนละ 10 บาท

สำหรับ ไฮไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พากันมาท่องเที่ยวที่นี่คือ การขึ้นไปยืนถ่ายภาพบน ใบบัวกระด้งยักษ์ ที่ช่วงนี้กำลังเบ่งบานออกใบใหม่จำนวนมาก ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตัดใบบัวมาให้ยืนคนละ 100 บาท โดยจะต้องติดต่อกับ นายธรรมรงค์ ก่อนเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ นายธรรมรงค์ เผยว่า ทดลองปลูกบัวพันธุ์วิกตอเรีย มาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2558 และมาได้พื้นที่ทำสวนบัวอมรรัตน์ ตั้งอยู่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก ซึ่งแต่ละปีจะมีนักศึกษาที่จบการศึกษา มาฉลองการรับปริญญาด้วยการถ่ายรูปคู่กับ บัวกระด้งยักษ์ หรือ บัววิกตอเรีย จนปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลกไปแล้ว แต่เมื่อมีการเผยแพร่ภาพบัวกระด้งในสื่อสังคมออนไลน์ ก็ปรากฏว่ามีผู้ที่ชื่นชอบ บัวกระด้งเข้ามาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมาก

และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมถึงไม่เป็นการทำลายใบบัวกระด้งให้ฉีกขาดเสียหายเร็วเกินไป ต้องขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวไม่ให้โยนเหรียญ หรือโยนก้อนดินก้อนหินใส่ ใบบัวกระด้ง เพราะจะเกิดเป็นรู สร้างความเสียหายขึ้นได้ สำหรับผู้ที่จะขึ้นใบบัวกระด้งจะต้องติดต่อตนเองก่อนเพราะ นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามคำแนะนำทุกครั้งไม่เช่นนั้น ก็จะเกิดความผิดพลาดและตกน้ำได้

แจ้งขยายเวลาการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ กรณีพิเศษ

แจ้งขยายเวลาการระบายน้ำ เขื่อนวชิราลงกรณ กรณีพิเศษ วันละ 53 ล้าน ลบ.ม. หลังฝนตกเหนือเขื่อนมากทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำฯ มีแนวโน้มสูงขึ้น

วันที่ 26 ส.ค. 2561 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้มีการออกหนังสือเรื่องขอขยายเวลาการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ กรณีพิเศษ ถึงหัวหน้าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี โดยระบุว่า

ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยจะระบายผ่านช่องทางปกติวันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายผ่านทางระบายน้ำล้น (spillway) วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นการระบายน้ำวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 23-27 สิงหาคม 61 นั้น

จากการติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่ายังมีปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อนมาก จึงเป็นเหตุให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำฯ มีแนวโน้มสูงขึ้นมาโดยตลอด ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามประกาศของศูนย์เฉพาะกิจติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ กฟผ.ฉบับที่ 1/2561 เรื่องแผนการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ และข้อสั่งการของผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงขอขยายเวลาการระบายน้ำผ่านช่องทางปกติวันละ 43 ล้านลบ.ม. ผ่านช่องทางระบายน้ำล้น ( spillway) วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมการระบายน้ำวันละ 53 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อไปจนถึงวันที่ 3 กันยายน 2561 และจะติดตามสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนเพื่อพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำต่อไป

ทั้งนี้ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ จึงขอแจ้งประสานงานให้แก่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ระบายน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ ขอยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง

หากมีข้อสงสัย หรือได้รับข่าวต่างๆ ที่ผิดปกติ สามารถสอบถามข้อเท็จจริงโดยตรงที่ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ หมายเลข 0-2436-8739 หรือ 0-3459-9077 ต่อ 3110, 3111 และติดตามเหตุการณ์ทางกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมงที่ http://www.vrk.egat.com หรือ Application EGAT Water

ทหารกว่า 20 นาย บุกควบคุมตัวทหารเกณฑ์ ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่ชาวบ้าน

ทหารกว่า 20 นาย บุกควบคุมตัวทหารเกณฑ์ สังกัดกองบินที่ 21 จังหวัดอุบลราชธานี ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่ชาวบ้าน

นายชินเสฏฐ์ นิลเกษ อายุ 21 ปี ถูกทหารกว่า 20 นาย ควบคุมตัวภายในบ้านพัก พื้นที่หมู่ 4 ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี หลังได้รับร้องเรียนว่า มีพฤติกรรมใช้อาวุธปืนยิงขู่ขึ้นฟ้าสร้างความหวาดกลัว และเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้าน ทั้งยังชอบทำร้ายคนในครอบครัว

จากการเข้าตรวจค้นภายในบ้าน พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .22 จำนวน 4 กระบอก พร้อมกับเครื่องกระสุน รวมไปถึงเสื้อเกราะกันกระสุนและอะไหล่ปืนอีกจำนวนหนึ่งจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามแม่ของผู้ก่อเหตุเล่าว่า ลูกชายเป็นคนอารมณ์ร้อน ชอบนำอาวุธปืนที่สั่งซื้อมาจากอินเตอร์เน็ตมายิงขึ้นฟ้าเป็นประจำ โดยเมื่อปี 2559 เคยถูกดำเนินคดีมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ยิงปืนในที่สาธารณะมาแล้ว หลังพ้นโทษได้รับการเกณฑ์ทหารเป็นทหารอากาศสังกัดกองบินที่ 21 จังหวัดอุบลราชธานี แต่หนีกลับมาพักอยู่ที่บ้าน เบื้องต้นได้ควบคุมนายชินเสฏฐ์ไปดำเนินคดีพร้อมแจ้งต้นสังกัดให้มารับตัวไปพิจารณาโทษฐานหลบหนีราชการทหารอีกกระทงหนึ่งด้วย

ครอบครัว ‘ฟอส – สปาย’ ไม่รับคำขอขมาจาก ‘เสี่ยอ้วน’

วานนี้ (23 ส.ค. 61) เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วนcasino-viva9988.net ผู้ต้องหาคนในคดียิงสังหาร นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ น้องฟอส และ นาวสางปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ น้องสปาย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณลานจอดรถหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ ครอบครัวของน้องฟอสและน้องสปาย ได้เดินทางไปดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างใกล้ชิด โดยแม่น้องฟอส บอกว่า ต้องการมาดูหน้าผู้ต้องหาและการทำแผน ซึ่งหากมีโอกาสพูดคุยกับนายปัญญา จะถามว่า ฆ่าลูกชายทำไม เนื่องจากทุกวันนี้ยังทำใจไม่ได้ อีกทั้งไม่ขอรับการขมา เช่นเดียวกับ แม่น้องสปาย ที่ระบุว่า ดีใจที่ตำรวจติดตามจับนายปัญญา มาดำเนินคดีได้ และอยากให้ได้รับโทษเช่นเดียวกับที่ทำกับลูกสาว รวมทั้งไม่พร้อมที่จะให้อภัยก่อนหน้านั้น นางวันเพ็ญ ได้กล่าวถึงประเด็นเรื่องเงิน ที่มีการเปิดเผยว่า เสี่ยอ้วน เคยโอนให้ครอบครัว กว่า 4 ล้านบาท โดยยอมรับว่า ได้รับเงินโอนจากเสี่ยอ้วน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่อีกฝ่ายต้องการให้ซื้อรถให้ลูกสาว และตัวเองแค่ทำหน้าที่จ่ายเงิน แต่เรื่องการจองทั้งหมด เสี่ยอ้วนเป็นคนดำเนินการ และราคารถรวมประกันอยู่ที่ 7 แสนบาท ซึ่งตนเองมีเอกสารยืนยันทั้งหมด ส่วนเงินที่เหลือนั้น ได้นำไปใช้จ่ายจัดงานศพลูกสาว ประมาณ 3 – 4 แสนบาท พร้อมย้ำว่า ไม่เคยคิดขายลูกกิน เนื่องจากมีศักดิ์ศรี อีกทั้งไม่เคยมีการตกลงเรื่องการหมั้นหมาย ยกลูกสาวให้เสี่ยอ้วน หรือการสร้างเรือนหอใดๆ

ขณะที่ นายธรรมรัตน์ สุวรรณโพธิ์ศรี ผู้ก่อตั้งเพจ Spotlight Phuket ระบุว่า เสี่ยอ้วน เคยโอนเงินให้ครอบครัวของน้องสปาย ภายใน 2 เดือน เป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท โดยมีหลักฐานเป็นสลิป 6 ใบ ซึ่งจำนวนเงินที่โอน แบ่งเป็น 700,000 บาท , 100,000 บาท , 1,000,000 บาท , 1,000,000 บาท , 112,000 บาท , 100,000 บาท และ 50,000 บาท ตามลำดับ

น้ำโขงเพิ่มระดับสูง น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร เส้นทางสัญจรถูกปิด !!

ความคืบหน้าสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างผิดปกติ ซึ่งจังหวัดหนองคายมวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมเมืองแล้ว ส่วนจังหวัดนครพนมได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะต้องรองรับมวลน้ำจากเขื่อนน้ำอูน จ. สกลนครอีกทางหนึ่ง โดยน้ำอูนจะไหลผ่านอำเภอนาหว้า ก่อนจะไปรวมกับแม่น้ำสงครามที่อำเภอศรีสงคราม แล้วไหลลงแม่น้ำโขงที่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน

ซึ่งปกติแล้วลำน้ำสงครามนั้นไหลเร็วกว่า จึงเป็นเหตุให้น้ำอูนไหลเข้าไปสมทบไม่ได้ มวลน้ำจึงเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎร เส้นทางสัญจรหลายสายถูกปิดการจราจรชั่วคราว โดยมีสาเหตุหนึ่ง อาจเป็นผลกระทบจากมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาสมทบ จนทำให้จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขงตั้งแต่จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดนครพนม ได้รับผลกระทบพร้อม ๆ กัน

ส่วนทางด้าน ชลประทานจังหวัดนครพนม รายงานสถานการณ์น้ำจากสถานีแม่น้ำสงคราม ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา ว่าระดับน้ำอยู่ที่ 13.67 เมตร จ.นครพนม เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2561 12 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่งเพียง 83 ซม. ปริมาณน้ำฝน 29.30 มิลลิเมตร

ขณะที่ประตูระบายน้ำลำน้ำอูน อ.ศรีสงคราม มีการเร่งระบายน้ำเพื่อผลักดันลงแม่น้ำสงคราม แต่เป็นด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมวลน้ำอูนไหลช้ากว่า ปริมาณน้ำตรงประตูน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 12 ซม. ชลประทานฯต้องเฝ้าจับตามองปริมาณน้ำตลอด 24 ชม. เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่น่าห่วงกว่าที่อื่น

ทั้งนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่สถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 07.00 น. ระดับน้ำอยู่ที่ 11.92 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันที่ 21 ส.ค.ตอนเช้าถึง 24 ซม. ปริมาณน้ำฝน 0.5 มม. โดยสถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม แจ้งปริมาณน้ำฝน 3 อันดับแรกว่า 1.อ.ท่าอุเทนมีฝนตกหนักสุดวัดได้ 78 มม. 2.นาหว้า 60 มม. และ 3.นาทม 55 มม. ซึ่งทางจังหวัดได้ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อหาทางรับมือจากมวลน้ำที่ขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว

สวยงาม ร่มรื่น ‘อุโมงค์ต้นสัก’ เมืองพะเยา ยาวกว่า 1 กิโลเมตร

สวยงาม ร่มรื่น ‘อุโมงค์ต้นสัก’ บริเวณถนนในหมู่บ้าน พื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยาfourdclassics.com หลังชาวบ้านในชุมชนร่วมกันปลูกเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ถนนเป็นแนวยาวกว่า 1 กิโลเมตร ปกคลุมด้วยต้นสักคล้ายอุโมงค์มีความร่มรื่นสวยงาม

ทั้งนี้ ชาวบ้านที่ผ่านเส้นทางแห่งนี้ ต้องแวะพักและถ่ายรูป รวมทั้งชมความร่มรื่นกันบริเวณอุโมงค์ต้นสัก ถนนในหมู่บ้าน หลังจากชาวบ้านได้ร่วมกันทำการปลูกต้นสักบริเวณสองข้างทางถนนดังกล่าว เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา จนทำให้ถนนสายนี้ตลอดสองข้างทางมีต้นสักขึ้นเรียงรายตามแนวถนนมีลักษณะเป็นเสมือนอุโมงค์ ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร สร้างความประทับใจให้กับผู้เดินทางผ่านถนนเส้นนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความร่มรื่น สวยงาม

โดยชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ถนนเส้นทางดังกล่าวทางหมู่บ้านได้ร่วมกันที่จะเข้าพัฒนา โดยการช่วยกันปลูกต้นสักบริเวณสองข้างทาง ซึ่งหากไม่มีการตัดกิ่งให้มีความโปร่งช่วงฤดูฝนจะทำให้เหมือนอุโมงค์ที่มีความมืดตลอดทั้งวัน แต่ทางหมู่บ้านก็ได้ช่วยกันที่จะทำการพัฒนาให้มีความสวยงามอยู่เป็นประจำ จึงทำให้ถนนสายนี้มีความสวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูนี้และฤดูหนาว

‘กาโม่’ พร้อมพ่อ ‘วัน อยู่บำรุง’ เข้าพบตำรวจกองปราบ คดีทำร้ายร่างกาย

‘กาโม่’ พร้อมพ่อ ‘วัน อยู่บำรุง’ เข้าพบตำรวจกองปราบ คดีทำร้ายร่างกาย

วันนี้ (20 ส.ค. 61) เวลา 09.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กาโม่-อาชวิน อยู่บำรุง บุตรชายนายวัน อยู่บำรุง ได้เดินทางเข้ารายงานตัวกับ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีทำร้ายร่างกายวัยรุ่น สมาชิกวันพอยท์ ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ทันทีที่นายอาชวิน พร้อมกับทนายความ เดินทางมาถึงกองบังคับการปราบปราม ก็ได้รีบเดินฝ่าวงล้อมกลุ่มสื่อมวลชนที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่บริเวณด้านหน้า ก่อนจะรีบเดินเข้าไปภายในห้องพนักงานสอบสวนในทันที โดยใช้เวลาในการเข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือรับทราบข้อกล่าวหานานนานร่วม 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ ก่อนปล่อยตัวกลับ และไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา นายวัน อยู่บำรุง เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยพนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัว ทำให้นายวัน ต้องนอนในห้องขัง 1 คืน ก่อนถูกนำตัวไปฝากขังในวันถัดมา และได้รับการประกันตัวด้วยวงเงินประกัน 3 แสนบาท พร้อมให้มารายงานตัวในวันที่ 10 ก.ย.โดยไม่มีเงื่อนไข

โดยในวันนี้ นายเฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาด้วย โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีคดีความของหลานชายและลูกชาย โดยจะพูดคุยแค่เรื่องการเมืองเท่านั้นกาโม่ทำร้ายร่างกายวัน อยู่บำรุง

ยืนยัน ‘เสี่ยอ้วน’ กลับไทย 21 ส.ค. นี้ หลังติดขั้นตอนเรื่องเอกสาร

จากกรณีที่ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาฆ่าน้องสปาย และ น้องฟอส เสียชีวิตคาที่ บริเวณลานจอดรถเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากทางการกัมพูชา จับตัวได้ที่ จ.ปรีเวง ฝั่งตะวันออกของกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมาfourdclassics.com ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (18 ส.ค. 61) มีรายงานว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการประสานงานกับทางการกัมพูชา ไม่สามารถนำตัว เสี่ยอ้วน กลับมาไทยได้ทันในวันนี้ เนื่องจากติดเรื่องเอกสารการส่งตัวที่ต้องเสนอผ่านหลายขั้นตอนตามระเบียบของทางกัมพูชา ซึ่งคาดว่าหนังสือน่าจะเสร็จในวันที่ 20 ส.ค. ประกอบกับช่วงนี้ทางรัฐบาลกัมพูชาอยู่ในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งที่ 6 เพิ่งแล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า น่าจะส่งตัว เสี่ยอ้วน กลับได้เช้าวันที่ 21 ส.ค. นี้ โดยย้ำว่าไม่ได้ติดขัดเรื่องใดๆ แต่เป็นเรื่องขั้นตอนตามระเบียบที่ต้องใช้เวลาเท่านั้น

กรมอุตุฯ เผยพยากรณ์อากาศวันที่ 17 ส.ค. 2561

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยถึงพยากรณ์อากาศ วันที่ 17 ส.ค. 2561 ฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วไทย กรุงเทพฯ และปริมณฑลฝนตก 60 เปอร์เซ็นต์

กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า พยากรณ์อากาศในวันที่ 17 ส.ค. 2561 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ พร้อมขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2561

ทั้งนี้กรมอุตุระบุด้วยว่า ในช่วงวันที่ 16-18 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนในช่วงวันที่ 19-22 ส.ค. 61 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ตลอดช่วง

พร้อมกันนี้กรมอุตุเผยถึงข้อควรระวังว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ให้ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง

อย่างไรก็ตามมีการเปิดเผยถึงพยากรณ์อากาศ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลระบุว่า มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ถึง ร้อยละ 60 และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม