คลังเก็บป้ายกำกับ: เงินและความโลภกำลังจะทำให้สุดยอดกีฬาอาชีพของโลกนี้เสื่อมและพังพินาศในที่สุด

ชะตากรรมของเงินพนันในการแทงฟุตบอล

     ฟุตบอลอาชีพในระดับโลกกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเงินและความโลภกำลังจะทำให้สุดยอดกีฬาอาชีพของโลกนี้เสื่อมและพังพินาศในที่สุด เพียงรายได้ของลีกในสุดยอดห้าประเทศของยุโรปรวมกันก็ทำเงินมากมายถึงประมาณ 6,350 ล้านยูโร(317,500 ล้านล้านบาท) ในฤดูของปี 2004 ตัวอย่างของความโลภเมื่อเร็วๆ นี้ที่ทำให้ประดาแฟนฟุตบอลอเมริกาใต้รู้สึกกันมากก็คือการจับกรรมการผู้ตัดสินฟุตบอลของบราซิลคือ Edilson Pereira De Carvalho(หนึ่งในสิบของกรรมการผู้ตัดสินที่ FIFA หรือองค์การบริหารฟุตบอลโลกรับรองในบราซิล) ในข้อหารับสินบนในการตัดสิน และเจ้าตัวก็ยอมรับสารภาพ

ชะตากรรมของเงินพนันในการแทงฟุตบอล

     ถึงแม้คอร์รัปชั่นและการซื้อเสียงของพรรค Workers” Party (PT) ของประธานาธิบดี Lutz De Silva จะเป็นที่กล่าวขวัญกันหนาหู แต่คนบราซิลก็รู้สึกว่ามันยังไกลตัวไม่เหมือนกับการฉ้อฉลของกรรมการตัดสินฟุตบอลที่คนดูชอบตะโกนด่าเวลาตัดสินไม่ถูกใจ ถึงแม้จะไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้นจริงก็ตามว่า Juiz, Labrado (Referee, you”re a thief ____ กรรมการ, คุณ (มึง) คือไอ้โจร) คำด่าที่ไม่ถึงใจคนดูไทยแต่ประการใด ๆ ทั้งสิ้น Carvalho และผู้ตัดสินอีกคนสารภาพว่าเขารับเงินสินบนประมาณ 185,000-277,000 บาทต่อแมตช์ เพื่อตัดสินเข้าข้างทีมที่นักพนันจ้างมา(ในบราซิลมีการพนันผิดกฎหมายแทงฟุตบอลกัน ครั้งหนึ่งด้วยเงินถึง 500,000 บาท) หลักฐานนั้นแน่นหนามีทั้งเทปเสียงที่แอบอัดมาซึ่งเขาพูดยืนยันว่าให้ทุ่มพนันได้สุดตัวเลย เพราะจะเข้าข้างอย่างไม่เกรงใจใคร และจากเทปของแมตช์ที่เขาตัดสินก็เห็นชัดว่าถ้าผู้เล่นทีม “ของเขา” แกล้งล้มในเขตโทษก็จะได้เตะ ณ จุดลูกโทษทันที ในทางตรงกันข้ามถึงแม้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจะถูกยำอย่างไรในเขตโทษ เขาก็ไม่เป่านกหวีดลงโทษเลย

     การสารภาพครั้งนี้ทำให้ต้องเล่นกันใหม่ในลีก Campeonato Brasileior ถึง 11 แมตช์ที่ยังไม่รู้ก็คือมีอีกกี่แมตช์ที่สมควรเล่นกันใหม่ เพราะเชื่อว่ามีกรรมการอีกหลายคนที่รับสินบน คำถามก็คือจะมั่นใจได้อย่างไรว่า การติดสินบนจะไม่เกิดขึ้นกับลีกอื่นๆ ในยุโรปที่มีการพนันกันด้วยจำนวนเงินมหาศาลกว่านี้ด้วย ถ้าเอาเศรษฐศาสตร์มาวิเคราะห์พฤติกรรมก็พอคาดเดาได้ว่าในลีกใหญ่ที่มีการได้เสียกันสูงๆ และการเฝ้าดูควบคุมพฤติกรรมของกรรมการและผู้เล่นไม่เป็นไปอย่างเข้มข้น เข้มแข็งและต่อเนื่องแล้ว การรับสินบนของกรรมการตัดสินและผู้เล่นย่อมมีแน่นอน เพราะตราบใดที่ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้จากการรับสินบน (ผลลัพธ์จากองค์ประกอบมูลค่าสินบนกับโอกาสการได้รับสินบนมาจริงๆ)มากกว่าผลเสียที่คาดว่าจะได้รับจากการถูกจับได้ว่ารับสินบน (ผลลัพธ์จากองค์ประกอบบทลงโทษกับโอกาสของการถูกจับ) กรรมการหรือผู้เล่นจะรับสินบนเสมอ

     ลีกยิ่งใหญ่เดิมพันยิ่งมาก เงินสินบนเสนอต่อกรรมการตัดสินและผู้เล่นย่อมมากไปด้วย ถ้าโอกาสในการถูกจับได้ต่ำมากไม่ว่าบทลงโทษจะรุนแรงเพียงใดก็ตาม การรับสินบนย่อมเกิดขึ้นเสมอ

     สิ่งสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการรับสินบนขึ้นจึงได้แก่การมีระบบตรวจจับและเฝ้าดูพฤติกรรมการตัดสิน และการเล่นที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีช่วงเผลอหรือหย่อนยาน(จะเป็นเพราะระบบหรือผู้ดำเนินการเฝ้าดูก็รับสินบนด้วยก็แล้วแต่)

     ถ้าเปรียบเทียบการติดสินบนระหว่างผู้เล่นและกรรมการผู้ตัดสินแล้ว การติดสินบนกรรมการเป็นมรรคเป็นผลมากกว่า เพราะผู้เล่นถึงแม้จะแกล้งยิงไม่เข้าประตู หรือผู้รักษาประตูแกล้งรับลูกไม่ได้ ก็ยังไม่มีผลเท่ากับการติดสินบนกรรมการผู้ตัดสิน เพราะเป็นผู้ให้ความได้เปรียบและเสียเปรียบได้ตลอดแมตช์อย่างยากที่จะมีใครทัดทานได้เพราะ FIFA โดยประเพณีปฏิบัติให้อำนาจเด็ดขาดแก่กรรมการผู้ตัดสิน ยิ่งไปกว่านั้นผู้เล่นมักได้รับค่าตอบแทนมากมายจากการเล่นอย่าง “ซื่อสัตย์” มากกว่า “ล้มฟุตบอล” (ถ้าจะจ้างล้มก็ต้องใช้เงินมหาศาลซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นได้บ่อยนัก) ซึ่งต่างจากกรณีของกรรมการตัดสินที่ได้ค่าแรงน้อยกว่าผู้เล่นมาก พูดถึง FIFA ผมไม่เข้าใจและรำคาญมานานแล้วว่าทำไมในเกมฟุตบอลจึงไม่มีการเชื่อมต่อนาฬิกาของกรรมการผู้ตัดสินกับนาฬิกาบนบอร์ดในสนาม เพื่อคนดูจะได้รู้ว่ามีเวลาเล่นเหลือจริงๆ เท่าใด ไม่ว่าบาสเกตบอล ฟุตบอล รักบี้ อเมริกันฟุตบอล ออสเตรเลียนฟุตบอล เขาก็รู้เรื่องเวลาที่เหลือของการแข่งขันอย่างชัดเจนทั้งนั้น มีแต่ฟุตบอลหรือซ็อกเกอร์นี่แหละที่ไม่รู้ว่ามีเวลาเล่นเหลือ เท่าใด เพราะมีการต่อเวลาเมื่อผู้เล่นเจ็บ หรือด้วยเหตุผลอื่นจนช่วงเวลาเดิมเปลี่ยนไป

     ผมชอบรักบี้ที่กรรมการผู้ตัดสินในสนามอาจขอให้กรรมการข้างบนช่วยดูเทปโทรทัศน์ของการเล่นจากมุมต่างๆ ที่เพิ่งผ่านไปและส่งความเห็นลงมาให้ผู้ตัดสินในสนาม เพื่อตัดสินได้ถูกต้องและเป็นธรรม จะมีก็ฟุตบอลนี่แหละที่ผู้ตัดสินต้องตัดสินภายในเวลาไม่กี่วินาทีว่าจะเอาอย่างไรกัน และถือว่าเป็นเด็ดขาดด้วย!

     ในเรื่องเงินที่กำลังทำลายเกมฟุตบอลก็ได้แก่การที่นายทุนเงินหนาเข้ามาเป็นเจ้าของฟุตบอลคลับอย่างมิได้จริงใจต่อฟุตบอล หากมีวัตถุประสงค์อย่างอื่นที่แอบซ่อน เช่น นาย Roman Abramovich เศรษฐีน้ำมันรัสเซียเจ้าของทีม Chelsea ที่มุ่งหาชื่อเสียงและเงินทองจากสิทธิในการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ นอกจากนี้ผู้เล่นก็ยังได้รับผลตอบแทนอย่างน่าเกลียดอีกด้วยจนเป็นธุรกิจมากกว่ากีฬา ไม่น่าเชื่อว่ากลไกตลาดสามารถให้ผลตอบแทนแก่ผู้เล่นคนหนึ่งได้ถึง 420-560 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่งบประมาณประจำปีของฟุตบอลคลับในลีกชั้นยอดของยุโรปยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของตัวเลขนี้เลย

     คำถามที่ประธาน FIFA (นาย Sepp Blatter) ทิ้งให้คิดก็คือ “มีตรรกะ หรือความจำเป็นทางเศรษฐกิจอย่างใดที่ทำให้เด็กหนุ่มผู้เล่นในวัยเพียง 20 กว่าปีเรียกร้องผลตอบแทนในเดือนหนึ่งมากว่ารายได้ของพ่อเขาเองที่ยังไม่สามารถหาได้ในเวลา 10 ปีเลย?”

     ที่นาย Blatter วิจารณ์มากก็คือ ได้เกิดทาสชนิดใหม่ขึ้นในโลก ซึ่งได้แก่ การซื้อสิทธิทางการค้า(commercial rights) ในการเล่นฟุตบอลของผู้เล่นหนุ่มๆ (มักเป็นผู้เล่นบราซิล) โดยนักเก็งกำไร ซึ่งทำให้ได้รับกำไรทุกครั้งที่ผู้เล่นคนนั้นถูกซื้อถูกขายในเวลาต่อไป นอกจากนี้ยังมีการที่เอเย่นต์ของผู้เล่น ซึ่งได้รับผลตอบแทนเป็นร้อยละของรายได้ผู้เล่น ต่อรองกับคลับเสมือนเรียกค่าไถ่ว่าต้องได้ค่าจ้างสมมติ 8.4 ล้านบาทต่ออาทิตย์ โดยเพิ่มจาก 7 ล้านบาท โดยผู้เล่นจำนวนไม่น้อยก็มีการศึกษาครึ่งๆ บทบาทของความโลภอีกประการหนึ่งที่น่ากลัวก็คือ การที่เอเย่นต์และเจ้าของคลับที่โลภกวาดซื้อนักเล่นจากทั่วโลก เพื่อนำมาซื้อขายแสวงหากำไรสูงสุด โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมและความก้าวหน้าของกีฬาฟุตบอล นาย Blatter บอกว่าเจ้าของบางคลับทุ่มเงินมหาศาลเพื่อกวาดผู้เล่นมีชื่อมาไว้ในทีมและค้าขายผู้เล่นราวกับสินค้า ผลเสียในที่สุดก็คือ ราคาตั๋วเข้าดูที่จะแพงมากจนประดาแฟนท้อใจซึ่งหากแพงขึ้นเรื่อยๆ จนคนดูลดลงก็จะทำให้กีฬานี้เสื่อมลงในที่สุด นาย Blatter สัญญาว่า FIFA จะเข้าไปดูแลอย่างรวดเร็ว ซึ่งผมไม่เชื่อว่าจะทำอะไรได้มากนัก(ผมขอแค่การเชื่อมต่อของนาฬิกาผู้ตัดสินกับนาฬิกาบนบอร์ดใน World Cup ครั้งที่จะถึงนี้ก็พอใจแล้วครับ) เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล ลีกทั้งหมดในแต่ละประเทศของสุดยอดห้าประเทศยุโรปที่มีรายได้รวมกันมากที่สุดคือ อังกฤษ(100,000 ล้านบาท) อันดับรองลงมาได้แก่ อิตาลี(60,000 ล้านบาท) เยอรมนี(57,500 ล้านบาท) สเปน(55,000 ล้านบาท) และฝรั่งเศส(45,000 ล้านบาท) รวมกันทั้งหมด 317,500 ล้านบาท

     ด้วยความโลภของผู้คนที่เกี่ยวพันฟุตบอลอาชีพของโลก เงินมากมายที่ล่อใจ และหลักฐานแสดงความฉ้อฉลของกรรมการผู้ตัดสินที่รู้และไม่รู้อีกมากขนาดนี้ ถ้าใครยังเล่นพนันฟุตบอลอยู่ ผมว่าหันมาเล่นปั่นแปะยังมีโอกาสควบคุมชะตากรรมของเงินที่เอาไปพนันได้ดีกว่า แต่ถ้าต้องการควบคุมชะตากรรมของมันให้ได้ดีที่สุดโดยไม่ต้องปวดใจเพราะความโลภก็คือเก็บมันไว้กับตัวเอง ไม่ต้องเอาไปพนันให้เสียเงินอย่างไม่ค่อยฉลาดครับ